Sentimental lies [Thor X Loki] Part 9 [2/2]

posted on 04 Apr 2013 22:09 by sentimental-darkness in Thorki-fanfic

Title : Sentimental lies

Pairing : Thor Odinson X Loki Laufeyson

 

 

 

 

YAOI WARNING!!

ถ้าไม่ชอบหรือว่าหลงเข้ามา กรุณาปิดไปซะ!

 


 

 

 

 

สิ่งมีชีวิตสีขาวนวลวูบไวผ่านหางตา ก้อนปุยนุ่มกลมดิกเคลื่อนไหวรวดเร็วจนต้องละสายตาจากทุกสิ่งมาให้ความสนใจอย่างเต็มที่ รอยยิ้มกว้างคลี่ตามคลื่นแห่งความสุขที่เริ่มปรากฏชัดและยิ่งฉีกกว้างเสียยิ่งกว่ากว้างกับท่าวิ่งกระโจนสุดฝีเท้าน้อยๆ ของเจ้าจิ้งจอกน้อยเฟนริล

 

 

 

 

ตั้งแต่เขาคอยเฝ้าดูแลเจ้าตัวเล็กสี่ขาแทนพ่อแม่ตัวจริงซึ่งป่านนี้ไม่รู้จู๋จี๋สวีทหวานไปถึงไหนต่อไหน ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สิ่งมีชีวิตแสนเจิดจ้าในสายตาเวลานี้วิ่งดุกดิกส่ายก้นเข้ามาหา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคช่วยดลบันดาลหรืออย่างไรกันถึงได้มีของแถมเป็นการขยับอุ้งเท้านิดๆ หน่อยๆ อย่างน่าขยี้ด้วย!

 

 

 

 

ข้าแต่บิดาแห่งสรรพสิ่ง ใบหน้ากลมๆ ที่ฉายยิ้มแป้นแร้นนั่นมันคืออะไร!?

 

 

 

 

เห็นแล้วก็พานให้รู้สึกเอ็นดูไปสุดกู่ เกือบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ไปยืนร้องบนยอดต้นไม้อิกดราซิลเสียแล้วสิ ชายหนุ่มที่สลัดมาดทิ้งไม่เหลือหลอยืนตัวตรงอ้าแขนรอรับโดยตั้งความหวังชนิดที่ไม่ธรรมดา พลางส่งเสียงเรียกหน้าชื่นตาบานราวโล่ยักษ์

 

 

 

 

“เอ้า วิ่ง! มาเร็วเฟนริล เฮ้ยๆ ผิดทางแล้ว!!” แฟนดรัลที่กำลังรู้สึกเป็นปลื้มเผลอร้องเสียงหลงกับลีลาการตีโค้งที่แสนบาดใจ แต่พอได้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของสหายสนิทและหวานใจของอีกฝ่ายก็ต้องร้อง ‘อ้อ’ พร้อมกับนวดขมับทำใจที่ช้ำๆ บวมๆ ไปแล้วอย่างเร่งด่วน “มิน่าล่ะ พ่อแม่สุดที่รักของเจ้ามาแล้วนี่เอง”

 

 

 

 

“มาพอดีเลย อาหารพร้อมแล้วๆ” พอได้ยินว่าบุคคลสำคัญทั้งสองมาถึง ซิฟก็ทิ้งงานจัดเตรียมโต๊ะอาหารที่ทำค้างไว้แล้วรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง ซึ่งอันที่จริงเรียกว่าโยนสารพัดอย่างที่อยู่ในมือทิ้งแล้วถลาจะไปแย่งเมียชาวบ้านมาประคองเองเสียจะดีกว่า

 

 

 

 

“ยินดีต้อนรับนะโลกิ สายป่านนี้ธอร์ถึงเพิ่งจะพาตัวเจ้ามา คงหิวแย่แล้วล่ะสิ” แฟนดรัลเองก็ส่งยิ้มกว้างไปให้เมียเพื่อนอย่างไม่รู้สึกรู้สากับสายตาพิฆาตที่ส่งกลับมาเช่นกัน ฝ่ายคนถูกถามที่เห็นอาการหวงของไม่ต่างจากเด็กตัวเล็กๆ พยายามแกะมือกาวที่กอดรัดเสียจนอึดอัด สงสารทั้งตัวเอง สงสารทั้งเจ้าตัวเล็กที่ร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา พลางส่งยิ้มกลับไปให้

 

 

 

 

“ไม่หรอกครับ ข้าไม่ได้หิวอะไร”

 

 

 

 

“ไม่ได้ ถึงเจ้าไม่หิว แต่อย่าลืมว่ามีเจ้าตัวน้อยสองคนอยู่ในท้องเจ้าด้วยนะ ธอร์นี่ใช้ไม่ได้เลย” ท่านนักรบหญิงแห่งแอสการ์ดสบโอกาสแย่งตัวยักษ์ตัวน้อยมากอดรัดด้วยความเอ็นดู น่าสงสารเสียจริง โลกิ กว่าโชคจะเข้าข้างก็ต้องเสียน้ำตาไปเป็นปีบแข่งกับนางเอกละครดราม่ามีกลิ่นของมิดการ์ดไปหลายยก คิดๆ แล้วสาวเจ้าก็ใช้สายตาทั้งจิกทั้งต่อว่าคนเป็นพ่อมือใหม่ไม่เอาอ่าว ซึ่งเรียกเสียงหงุดหงิดตามมาได้ทันควัน

 

 

 

 

“เกินไปแล้วซิฟ ลูกเมียข้า ข้าดูแลเองได้”

 

 

 

 

พูดจบเจ้าชายที่สวมบทสามีแสนดีก็รีบแย่งภรรยาไปประคองทันที จึงไม่แปลกเลยที่จะได้สายตาขัดใจขั้นสุดโหดกลับมาทิ่มแทงจนแทบกระอัก

 

 

 

 

“ขี้หวง”

 

 

 

 

“อย่างนี้เขาเรียกว่าดูแลแบบใส่ใจต่างหาก”

 

 

 

 

“เอ้าๆ จะยืนเถียงกันอีกนานไหม ยืนนานๆ ไม่ดีต่อคนท้องนะ มา โลกิ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะพาไปนั่งเอง” แฟนดรัลที่ขันอาสาซึ่งอันที่จริงคือยอมเสี่ยงตายแทรกกลางห้ามทัพเสมอมาไม่รู้จะทำสรรหาวิธีใดมาแยกคู่ได้ดีกว่านี้ ยิ่งมาพักหลังตั้งแต่พวกเขารู้ว่ากำลังจะได้หลานตัวน้อยๆ  นับวันแม่เสือดุก็ยิ่งจะโหดขึ้นเป็นเท่าตัว แต่หารู้ไม่ว่าความหวังดีของตนกำลังจะช่วยส่งให้เขาต้องกลายมาเป็นอีกหนึ่งคู่กรณีของคนขี้หวง

 

 

 

 

“ข้าพาไปเองได้” อีกครั้งที่เจ้าคนขี้หวงพูดจบก็ลงมือฉุดตัวคนท้องที่ได้กลายเป็นขวัญใจของพันธมิตรแห่งเทพสายฟ้าจากไปเสียแล้ว

 

 

 

 

นี่ยังไม่ทันจะได้แตะเนื้อต้องตัว กับแค่สัมผัสโดนอากาศรอบๆ ตัวนี่ต้องถึงขั้นส่งสายตาหึงโหดขนาดนั้นมาด้วย?

 

 

 

 

เทพเจ้าสำราญถึงกับสะอึกอึ้งไปพักใหญ่ ขณะมองคนตัวโตที่ทั้งโอบทั้งประคองโลกิไป แถมยังมาหอมโชว์แสดงความเป็นเจ้าของกันจะๆ ซึ่งเขาเห็นแล้วก็อดส่ายหน้าหัวเราะไม่ได้

 

 

 

 

“เอาน่า ซิฟ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือที่เพื่อนของเรารู้ใจตัวเองก่อนจะสายเกินไป”

 

 

 

 

“นั่นสินะ ถ้าปล่อยให้รู้เอาเมื่อสายก็น่าสงสารแย่” ซิฟพยักหน้าเออออด้วย แต่ก็อดหมั่นไส้สหายตัวแสบที่บทจะรักก็ดูแลปานไข่ในหิน แต่บทจะไม่สนใจ ต่อให้พยายามพูดจาโน้มน้าวแค่ไหนก็ไม่มีให้แม้แต่ความเมตตา

 

 

 

 

“ใช่ น่าสงสารมากเลยล่ะ แล้วเจ้าเห็นใจข้าที่น่าสงสารบ้างหรือยัง”

 

 

 

 

“อะไร” ปกติกับแค่คำพูดคำจาหวานๆ ไม่มีทางทำให้ใบหน้าสวยคมหน้าขึ้นสีระเรื่อได้หรอก แต่ไฉนใจเจ้ากรรมดันหวั่นไหวไม่เข้าเรื่องซะนี่ แล้วแบบนี้จะให้สบสายตาวิบวับคู่นั้นกลับไปได้ยังไงล่ะ “พูดจาไม่รู้เรื่องข้าไปก่อนล่ะ”

 

 

 

 

“อ้าว เดี๋ยวสิ ซิฟ” ยังไม่ทันได้สานต่อ สาวเจ้าก็เดินหนีจากไปเสียแล้ว แผนการจีบท่านหญิงใจแข็งที่สุดในปฐพีจึงล้มลงไม่เป็นท่ารอบที่หนึ่งแสนเก้าพันแปดร้อยห้า โชคไม่เข้าข้างเล้ย ให้ตายสิ!

 

 

 

 

“เพื่อนเราจากข้าวสารก็เป็นข้าวสารสุขไปแล้ว เหลือแต่แฟนดรัลสุดหล่อเท่ผู้น่าสงสารนี่แหละ” กวาดตามองไปมองมาก็เห็นแต่ป่าเขาลำเนาไพร ไหนจะมีเสียงลมพัดเป็นฉากให้ได้อารมณ์สะเทือนจิตอีก

 

 

 

 

“ฮึก หรือแฟนดรัลผู้นี้จะต้องเปล่าเปลี่ยวว้าเหว่เดียวดายอ้างว้างเหลือคณาไปอีกนาน” คนถูกทิ้งพร่ำเพ้อไปพลางวิ่งตามคนอื่นๆ ไปพลางจึงทันได้เห็นฉากต้อนรับที่ซักซ้อมไม่ต่ำกว่ายี่สิบรอบตั้งแต่เช้าตรู่

 

 

 

 

“ขอต้องรับสู่ครัวพันธมิตรแห่งเทพสายฟ้า รับรองว่าฝีมือทำอาหารของข้าไม่เป็นสองรองใคร” โวลสแต็กพ่อครัวหัวป่ารับบทประธานกล่าวเปิดพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ สมทบด้วยโฮกันนักแสดงผู้เงียบขรึมเป็นเป่าสากแต่มาดเท่กระชากใจเหลือหลาย

 

 

 

 

“อาจจะไม่เลิศหรู แต่เชื่อว่าเจ้าต้องชอบ โลกิ”

 

 

 

 

“ธอร์ ตัวเจ้าใหญ่จะมานั่งเบียดโลกิทำไม ลุกไปนั่งที่อื่นไปเลยย่ะ” ซิฟไม่คิดจะลดละเลิกหรือพูดให้ตรงประเด็นหน่อยก็คือไม่คิดจะรามือจากโลกิขวัญใจประชาชนคนใหม่ นี่ยังไม่นับการลดขั้นสหายเก่าให้กลายเป็นหมาหัวเน่าอีกนะ

 

 

 

 

ก็เพราะเป็นอย่างนี้แหละ อะไรๆ ที่ซ้อมๆ กันไว้ก็พังลงไม่เป็นท่า

 

 

 

 

เฮ้อ สุดหล่อแฟนดรัลล่ะหน่ายจริงๆ