Sentimental lies [Thor X Loki] Part 10 [1/4]

posted on 28 Apr 2013 23:47 by sentimental-darkness in Thorki-fanfic

Title : Sentimental lies

Pairing : Thor Odinson X Loki Laufeyson

 

 

 

YAOI WARNING!!

ถ้าไม่ชอบหรือว่าหลงเข้ามา กรุณาปิดไปซะ!

 

 

 


Sentimental lies

Part 10

 

 

 

 

 

คนเราจะสามารถอดทนได้สักแค่ไหน

 

 

ยามเมื่อจิตใจถูกต้อนหมดทางหนี ขีดจำกัดของความอดกลั้นจะสั่นคลอนเพียงใด

 

 

ปล่อยไม่ได้ อย่าได้ทำตามสิ่งที่ใจเรียกร้อง

 

 

มิเช่นนั้นแล้ว ทุกสิ่งที่พยายามมาทั้งชีวิตจะต้องสูญเปล่า

 

 

เป้าหมายที่ตั้งไว้จะไร้ความหมาย...

 

 

ข้าทำได้แค่ตาหลับลง ทำในสิ่งที่ควรทำ...ไปพร้อมกับขยี้หัวใจตน

 

 

 

 

 

 

ละอองหิมะสีขาวเคลื่อนคล้อยอ้อยอิ่ง ดวงตาสีเขียวทอประกายวาวรื้นไม่ต่างจากแสงสว่างสีเงินยวงที่ร่วงหล่น ความมืดมิดครอบคลุมไปทั่วผืนฟ้าต่างจากห้องนอนกว้างที่ห่อหุ้มด้วยแสงนุ่มนวลจากเชิงเทียน

 

 

 

 

เรือนกายบอบบางถูกดึงรั้งด้วยวงแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดจากทางด้านหลัง เสียงลมหายใจเข้าออกดังสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าคนตัวโตที่นอนกกกอดร่างเล็กเป็นตุ๊กตายังคงติดอยู่ในห้วงนิทรา ดวงหน้างดงามผินมองใบหน้าคมคายที่แลดูอ่อนล้าเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมานี้ ก่อนจะหันกลับมาทอดสายตาไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่าง

 

 

 

 

เจ้าชายแห่งแดนเหมันต์ขยับเขยื้อนตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายความอึดอัด แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ เมื่อถูกฝ่ามืออุ่นร้อนของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้องพันธนาการเอาไว้เสียจนแน่นหนา

 

 

 

 

‘ข้าจะให้เจ้าต้องทนอยู่กับข้าไปชั่วชีวิต’

 

 

 

 

ราวกับจะยืนยันในคำพูดนั้น

 

 

 

 

หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผย เจ้าชายแห่งแอสการ์ดก็กระทำทุกอย่างตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ ถึงแม้ตัวเขาจะไม่ถึงขั้นถูกปฏิบัติด้วยอย่างเลวร้ายเยี่ยงนักโทษ แต่การถูกลิดรอนอิสรภาพถูกขังให้อยู่แต่ในห้อง อีกทั้งยังถูกจับตามองรายงานทุกระยะ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นชาปานแท่นน้ำแข็งจากโยธันไฮน์ที่ธอร์มีให้ แต่กลับมอบความอบอุ่นให้กับร่างกายทุกค่ำคืนเช่นนี้ ยิ่งทำให้โลกิรู้สึกทรมานเสียยิ่งกว่าต้องโทษประหาร 

 

 

 

 

เจ้าคงเกลียดข้ามากสินะ และคงจะทรมานมากที่ต้องทนนอนร่วมเตียงเดียวกันกับข้า

 

 

 

 

ถ้าไม่ใช่ว่าข้ามีลูกของเจ้า ป่านนี้เจ้าคงฆ่าข้าให้สิ้นความเจ็บแค้นที่ถูกทรยศแล้วสินะ

 

 

 

 

ข้ารู้ดี ทุกครั้งที่เจ้ามองหน้าข้า นอกเหนือจากสายตาต่อว่าและความเย็นชาที่นับวันจะยิ่งเชือดเฉือนขึ้นทุกวัน ยังมีความอ่อนโยนที่มักจะปรากฏเวลาเจ้าทักทายลูกๆ ในท้อง และพร่ำบอกซ้ำๆ ว่าเจ้ารักพวกเขามากแค่ไหน

 

 

 

 

ความรักที่เจ้ามีต่อข้ามันได้ตายไปแล้ว พร้อมกับใจของเจ้าใช่ไหม ธอร์

 

 

 

 

“ฮึก...” โลกิกัดริมฝีปากแน่น พยายามข่มกลั้นเสียง ปลอบตัวเองไม่ให้ร้องออกมา

 

 

 

 

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกินความคาดหมายเลยสักนิด เขาพอจะรู้อยู่แล้วว่าธอร์เริ่มระแคะระคายในตัวเขานับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาตั้งท้อง สังเกตเห็นได้จากอะไรหลายๆ อย่างที่ออกจะมากกว่าการดูแลจนเกินเหตุ มิเช่นนั้นแล้วคงไม่ส่งคนตามมาประกบเขาตลอดเวลาหรอก

 

 

 

 

การจับตามมองอย่างเป็นธรรมชาติที่เป็นไปอย่างแนบเนียน แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขาที่เคยชินกับเรื่องเหล่านี้ยิ่งเสียกว่าการหายใจซะอีก

 

 

 

 

ด้วยเคยชิน โลกิจึงรู้วิธีรับมือและหาช่องโหว่ได้อย่างง่ายดาย เป็นเหตุให้เกิดวันแห่งการแตกหักที่มาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย

 

 

 

 

ในเมื่อไม่อาจยื้อวันเวลาแห่งความสุขออกไปได้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ ทางเดียวที่จะไม่ทำให้ธอร์ต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

 

 

 

 

จงลบข้าออกไปให้หมดจากใจของเจ้าซะ

 

 

 

 

ถึงข้าจะอยากให้เจ้าเก็บภาพดีๆ ของข้าไว้ในใจแค่ไหน แต่ข้าก็ทำไม่ได้ เห็นแก่ตัวต่อไปไม่ได้...

 

 

 

 

ถ้าจะหลอกแล้วต้องหลอกให้ได้ทั้งหมด อย่าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

เพื่อให้เจ้าอยู่ต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องมีข้า

 

 

 

 

นี่คือการกระทำที่ถูกต้องแล้ว!

 

 

 

 

ในตอนนั้นเขาได้ลั่นคำสาบานเอาไว้ในใจว่าจะไม่กลับคำ แต่ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น...

 

 

 

 

ทั้งที่เขาเป็นคนเลือกเองแท้ๆ ทำไมหัวใจถึงได้มีแต่ความปวดร้าวยิ่งกว่าความทุกข์ใดๆ ที่เคยได้พบพานอย่างนี้นะ

 

 

 

 

เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ผ่าน แต่ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน...

 

 

 

 

ทนให้ได้สิ ต้องทนให้ได้!

 

 

 

 

ฝ่ามือเรียวขาวทั้งสองกำแน่น หากก็ไม่อาจห้ามเนื้อตัวที่เริ่มสั่นเทาอย่างหยุดไม่อยู่ และอาการผิดปกตินั้นก็เรียกให้ร่างที่กำลังหลับใหลลืมตาตื่นขึ้นมา

 

 

 

 

ที่จริงเจ้าเองก็รักข้าเหมือนอย่างที่ข้ารักเจ้าใช่ไหม 

 

 

 

 

ธอร์อดคิดขึ้นมาเป็นรอบที่แทบจะนับไม่ถ้วนไม่ได้ แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้ถามออกไปสักที นั่นก็เพราะว่าเขากลัวเหลือเกิน...กลัวที่จะต้องเจ็บเหมือนอย่างวันนั้นอีก

 

 

 

 

เพราะความขลาดกลัว เขาจึงเลือกที่จะนิ่งเฉย ทนนอนมองผู้ที่เป็นยิ่งกว่าดวงใจกล้ำกลืนน้ำตาที่เอ่อท้นท่ามกลางความมืดในยามค่ำคืนต่อไป

 

 

 

 

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเห็นโลกิกำลังร้องไห้ และก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่พอได้หันมามองหน้ากันตรงๆ ในตอนเช้า ใบหน้างดงามราวผลึกแก้วดวงนั้นจะมีแต่ความนิ่งเฉย ไม่ปรากฏร่องรอยแห่งความรู้สึกใด ไม่ต่างจากนกน้อยที่ถูกหักปีกจนหมดสิ้นทางหนี

 

 

 

 

“ลูกพ่อ อีกไม่นานพวกเราก็จะได้พบหน้ากันแล้วนะ” ธอร์ก้มลงเอาหูแนบเนินท้องนูนใหญ่ พูดคุยพลางหัวเราะอย่างอ่อนโยนต่อสายเลือดของตนที่ตอบสนองต่อเสียงของพ่อด้วยการดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในท้อง ทำเอาคนเป็นแม่ต้องมุ่นคิ้วเพราะรู้สึกจุกหน่อยๆ

 

 

 

 

“เดี๋ยวพ่อต้องออกไปทำงานก่อนนะ ลูกเป็นเด็กดี อย่าดื้อมาก ถ้าหิวก็บอกแม่เขาดีๆ นะ ดิ้นๆ มากไม่ใช่แค่ลูกต้องเหนื่อย แม่ของลูกก็จะเดินออกกำลังไม่ไหวนะ พ่อไม่อยากให้ลูกเกิดมาไม่แข็งแรง”

 

 

 

 

ทุกถ้อยคำในน้ำเสียงที่หวานหูนั่นเป็นต้องเน้นย้ำกับคำว่าแม่ของลูกอยู่ร่ำไปเสมือนกับเป็นนัยบอกเตือน

 

 

 

 

“เฟนริล บอกแม่ของเจ้าด้วยนะว่าต้องกินอาหารให้เยอะๆ จะได้รับสารอาหารครบถ้วน น้องๆ ของเจ้าจะได้เกิดมากแข็งแรง เจ้าจะได้มีเพื่อนเล่นเร็วๆ ไงล่ะ”

 

 

 

 

โลกิเบือนหน้าหนีการแสดงออกถึงความรักที่อีกฝ่ายมีต่อลูก แต่ก็ไม่ได้ผลักไสวงแขนที่โอบกอดตนออก นึกหมั่นไส้การประชดแดกดันที่ส่งผ่านเจ้าตัวน้อยปุกปุยบนตักมาถึงตัวเขานัก

 

 

 

 

“หิวหรือยัง เฟนริล” เสียงหวานที่ฟังออกจะดูเศร้าสร้อยเอ่ยขึ้นช้าๆ มือบางลูบหัวเจ้าจิ้งจอกน้อย พลางยิ้มตอบดวงตาใสแจ๋ว “หือ หิวแล้วหรือ เจ้าช่างน่าสงสาร เดี๋ยวข้าจะรีบหาอะไรให้กินนะ เป็นปลาย่างของโปรดดีไหม”

 

 

 

 

“กินของปิ้งๆ ย่างๆ หรือมันมากๆ ไม่ค่อยดีนะ เฟนริล เปลี่ยนเป็นปลานึ่งหรืออะไรที่ย่อยง่ายๆ จะดีกว่า อ้อ อย่าลืมบอกให้แม่เจ้ากินผักผลไม้เยอะๆ ด้วยล่ะ” เทพสายฟ้ายิ้มกริ่มด้วยรู้ทันว่าชายาแดนน้ำแข็งกำลังเอ่ยปากไล่เขา

 

 

 

 

แต่ในเมื่อตอนนี้เขาไม่คิดจะไปซะอย่าง ใครจะไล่เขาได้

 

 

 

 

“พวกเจ้าก็ด้วย อย่างลืมซะล่ะ จัดหาอาหารให้ลูกๆ ข้าให้ตรงเวลา” เจ้าชายรัชทายาทสั่งเสียงเฉียบต่อเหล่านางกำนัลที่นั่งรอปรนนิบัติอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะก้มลงจูบหัวทุยๆ ของเจ้าตัวน้อยที่ทำท่ากระดี๊กระด๊าด้วยไม่รู้ว่าพ่อกับแม่กำลังก่อสงครามเย็นต่อกัน แล้วเลยไปจูบเนินท้องนูนซ้ำๆ เรียกให้ผู้เฝ้ามองพากันหน้าขึ้นสีอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

“หืม ว่ายังไงนะลู