Sentimental lies [Thor X Loki] Part 10 [3/3]

posted on 06 Jun 2013 14:51 by sentimental-darkness in Thorki-fanfic

Title : Sentimental lies

Pairing : Thor Odinson X Loki Laufeyson

 

 

 

 

 

YAOI WARNING!!

ถ้าไม่ชอบหรือว่าหลงเข้ามา กรุณาปิดไปซะ!

 

 

 

Sentimental lies

 


ม่านหมอกหนาปกคลุมบดบังทัศนวิสัย สร้างภาพหลอนบั่นทอนประสาทสัมผัสทุกส่วน หากแต่ก่อนที่ดวงตาจะพร่าเลือนไอน้ำมากมายได้ก่อตัวขึ้นขับไล่เพื่อเปิดโลกคืนสู่ความสว่างสดใสอีกครั้ง นัยน์ตาสีเขียวงดงามกวาดมองไปโดยรอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดและยังไม่เข้าใจด้วยว่าตัวเขามายังสถานที่มายาแห่งนี้ได้อย่างไร จวบจนเห็นร่างสูงสง่าของกษัตริย์แห่งแดนเทพ ปริศนาทั้งหมดก็ได้รับการเฉลยในทันที

 

 

 

 

“พระบิดา” เสียงหวานระรื่นหูไม่มีแม้แต่วี่แววตื่นตกใจราวกับว่าคาดการณ์ไว้ก่อนอยู่แล้วว่าสักวันจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เจ้าชายแห่งแดนเหมันต์ทำท่าจะย่อตัวลงคำนับผู้สูงศักดิ์แม้จะค่อนข้างลำบากเพราะกำลังอุ้มท้อง บิดาแห่งแดนเทพจึงต้องรีบเอ่ยปากขัด

 

 

 

 

“ไม่ต้องๆ เจ้ากำลังท้องอยู่” โอดินจะเข้าไปประคองลูกสะใภ้ที่กำลังตั้งท้องแก่ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อร่างในเบื้องหน้าย่อตัวลงแสดงความเคารพไปเรียบร้อยโดยไม่ยอมฟัง

 

 

 

 

“เรื่องแค่นี้มันไม่ได้เป็นปัญหาหรอกพระบิดา ให้ข้าได้แสดงความเคารพท่านเถิด”

 

 

 

 

ได้ยินเสียงตอบกลับอย่างไม่ยินได้ยินร้ายถึงผลที่ตามมาแม้นว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น คนที่กำลังจะเป็นปู่ก็ถึงกับต้องนิ่วหน้า ถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง

 

 

 

 

“มีใครบอกบ้างหรือเปล่าว่าเจ้าหัวดื้อแค่ไหน นี่ถ้าเกิดหกล้มไปจะทำอย่างไร”

 

 

 

 

ดวงหน้าสวยตรึงตราก้มต่ำ ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะเงยขึ้นสบตาอย่างไม่หลบซ่อน “หากจะมีคนที่รู้จักตัวตนจริงๆ ของข้าก็คงมีแต่อาจารย์เท่านั้น มีแต่นางที่รู้ดีว่าตัวข้าหัวดื้ออย่างที่ท่านกล่าวหรือไม่”

 

 

 

 

ช่างเจรจานัก ฉลาดพูดจนข้าเหนื่อยใจที่จะเอาความ

 

 

 

 

ความคิดผุดขึ้นมาในใจแทนคำพูด ขณะที่บิดาแห่งปวงเทพกำลังจดจ้องดวงตาที่สบมองมาตรงๆ ซึ่งฉายแววเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งอย่างยิ่งยวดแล้วก็ต้องทอดถอนใจอีกครั้ง

 

 

 

 

“เฮ้อ เป็นโชคดีของแอสการ์ดที่จะได้ราชินีที่ฉลาดเฉลียวเช่นเจ้า และก็เป็นโชคดีของธอร์ที่รักแท้ของเขาเป็นเจ้า”

 

 

 

 

รักแท้?

 

 

 

 

ผิดแล้ว มีแต่ความรักจอมปลอมต่างหาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีแต่เพียงภาพลวงที่ถูกวาดขึ้นด้วยคำพูดโป้ปด

 

 

 

 

ความผูกพันระหว่างเราจึงไม่ต่างอะไรจากหน้าที่

 

 

 

 

จริงหรือไม่ เจ้าหัวสิงโต

 

 

 

 

กลีบปากสีแดงระเรื่อขยับเป็นรอยยิ้มคล้ายกับกำลังเยาะหยัน

“ท่านคงเข้าใจผิด ตัวข้าเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของธอร์เท่านั้น ที่เขายอมยกย่องข้าก็เป็นเพราะว่าเขาเห็นแก่เด็กๆ ที่กำลังจะเกิดมามากกว่า เขาคงไม่อยากให้ลูกๆ มีปมด้อยไปมากกว่านี้ แค่แม่ผู้ให้กำเนิดพวกเขาเป็นยักษ์น้ำแข็งต่ำศักดิ์แห่งโยธันไฮน์ก็หนักหนาพออยู่แล้ว ข้าทราบดีว่าธอร์เป็นพ่อที่ดีมากแค่ไหน...”

 

 

 

 

“และก็กำลังพยายามเป็นสามีที่ดีของเจ้าด้วย” เสียงทุ้มเสริมขึ้นอย่างนุ่มนวล

 

 

 

 

โอดินจับจ้องใบหน้าที่นิ่งค้างไปอย่างเห็นใจต่อชะตากรรมและภาระหน้าที่ที่เจ้าตัวต้องแบกรับ มือใหญ่ยกลูบศีรษะเล็กอย่างเบามือ เรียกให้ดวงตาที่กำลังสั่นไหวยอมหันกลับมามอง

 

 

 

 

“อีกหนึ่งราตรีแอสการ์ดก็จะต้องเปิดศึกกับโยธันไฮน์...”

 

 

 

 

เพียงบิดาแห่งสรรพสิ่งเอ่ยปากเปิดประเด็น โลกิก็เข้าใจถึงจุดประสงค์หลักของการพบกันในครั้งนี้ เสียงหวานนุ่มหูจึงกล่าวยืนยันถึงแผนการที่ตระเตรียมไว้ในทันที

 

 

 

 

“เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะออกมาทำตามแผนแน่นอน ขอให้ท่านโปรดวางใจ พระบิดา”

 

 

 

 

เมื่อนัยน์ตาสีฟ้าใสของผู้สูงวัยได้สบมองดวงตาที่ฉายชัดถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ คำพูดที่ตระเตรียมไว้จึงถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

 

“โลกิ ในตอนนี้เจ้ากำลังท้อง สิ่งแรกที่เจ้าควรนึกถึงคือลูกของเจ้าไม่ใช่สงคราม เรื่องต่อจากนี้ข้าจะเป็นคนจัดการเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องออกมาเสี่ยง”

 

 

 

 

“จะทำเช่นนั้นไม่ได้! ขะ...ข้า....” ดวงหน้างดงามปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นมาฉับพลันราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้ หากเพียงไม่กี่วินาทีคล้อยหลังเจ้าชายแห่งโยธันไฮน์ก็สามารถดึงความสุขุมลุ่มลึกของตนกลับคืนมา “เรื่องนี้ข้าเป็นคนคิดแผนมาตั้งแต่ต้น ถ้าจะทำให้จบ ข้าก็อยากจะทำด้วยมือของข้าเอง”

 

 

 

 

พระบิดารู้หรือ?

 

 

 

 

ไม่...ไม่หรอก น่าจะเห็นแก่เด็กๆ ในท้องมากกว่า

 

 

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตลอบหลบตาเพื่อเก็บซ่อนความกังวลทั้งมวล จวบจนแน่ใจแล้วว่าจากนี้หัวใจจะมั่นคงไม่สั่นคลอนอีกจึงได้เงยหน้าขึ้นมาตามเดิม หากทว่าการกระทำนั้นก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนได้

 

 

 

 

“ทั้งที่ข้าบอกเหตุผลที่เจ้าไม่ควรเข้าร่วมไปแล้วอย่างนั้นหรือ โลกิ”

 

 

 

 

เสียงทุ้มทรงอำนาจไม่ได้เอ่ยถามอย่างขู่เข็ญ หากกลับมีพลังกดดันเสียจนคนฟังหายใจแทบไม่ออก แต่กระนั้นก็ไม่อาจสร้างรอยร้าวบนหน้ากากน้ำแข็งที่ถูกหยิบขึ้นมาสวมด้วยจิตใจที่เข้มแข็งเกินกว่าจะจินตนาการ

 

 

 

 

“เรื่องของเด็กๆ ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าได้สอบถามท่านหมอมาแล้ว กำหนดคลอดของข้าทันเวลาศึกอย่างแน่นอน ฉะนั้นขอให้ท่านเชื่อใจข้า ให้ข้าได้ทำทุกอย่างให้ถึงที่สุดเถอะ”

 

 

 

 

ได้ยินคำอธิบายที่หาเหตุผลมารองรับอย่างดิบดีซึ่งสร้างความลำบากใจให้ยิ่งยวดแล้ว ความเงียบก็ได้เข้ากดทับเสียงทุ้มของผู้เป็นราชาจนขาดหาย หากว่าไม่ได้แรงผลักดันจากหัวใจอีกส่วนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อคนแล้ว ความตั้งใจอันแข็งแกร่งอาจถูกโค่นล้มด้วยความมุ่งมั่นที่ยากเกินจะต้านทานจากดวงตาคู่นั้น

 

 

 

 

“เจ้ารู้ไหมว่าธอร์ให้เหตุผลกับข้าเพื่อขอจัดเตรียมทัพว่าอย่างไร” โอดินเอ่ยถามเสียงเรียบเรียกให้หัวคิ้วของผู้ฟังเลิกสูงกับคำถามที่ง่ายแสนง่าย

 

 

 

 

เจ้าต้องพูดอยู่แล้ว ในเมื่อข้าโกหกเจ้า หลอกลวงเจ้า...

 

 

 

 

สายตาที่เจ้ามองข้าในเวลานั้นมีแต่ความเจ็บปวดและโกรธแค้น

 

 

 

 

เจ้าที่เคียดแค้นข้าไม่มีทางเห็นคนทรยศดีกว่าพรรคพวกของตัวเองอย่างแน่นอน

 

 

 

 

โลกิอดเจ็บยอกในอกกับความคิดของตัวเองไม่ได้ แต่ถึงแม้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองสักแค่ไหน ความจริงก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี น้ำเสียงหวานจึงกล่าวตอบสิ่งที่รู้กันดี

 

 

 

 

“เขาคงบอกท่านเรื่องการทรยศของข้าแล้ว”

 

 

 

 

สิ่งที่ได้ยินไม่ได้นำความพอใจมาให้กับผู้กล่าวถาม นอกจากความเวทนาในชะตากรรมที่จะน่าสลดไปกว่านี้ถ้าหากลูกๆ ของเขาทั้งสองยังไม่ยอมเปิดใจพูดความจริงต่อกัน

 

 

 

 

ดวงหน้าของผู้สูงวัยส่ายปฏิเสธ “ไม่...ไม่ใช่ ธอร์ไม่ได้บอกเหตุผลอะไรกับข้า วันนั้นเขาเพียงเข้ามาคุกเข่าขอรับโทษหลังจากเสร็จสิ้นศึกครั้งนี้...”

 

 

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อหู ขณะที่หัวใจเต้นระรัวเพราะถูกบีบคั้นด้วยความสับสนที่ไม่รู้ว่าอยากจะปิดหูปิดใจหรือเปิดรับกับสิ่งที่จะได้ยินต่อจากนี้ดี

 

 

 

 

“...ด้วยความผิดในฐานะผู้ก่อสงครามซึ่งหมายถึงโทษประหาร” โอดินกล่าวเนิบนาบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มราวกับจะตอกย้ำถึงความเป็นจริงข้อหนึ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยยอมเปิดใจยอมรับให้ฝังลึกลงไป “รู้ไหมว่าทำไม”

 

 

 

 

หน้ากากน้ำแข็งปริร้าวกับคำถามที่ไม่ยากเกินจะค้นหาคำตอบ หากแต่ในเวลานี้หัวสมองกลับตื้อตึงตีบตัน ดวงตาแห่งเจ้าชายน้ำแข็งที่คงความเฉยชามาได้โดยตลอดปรากฏแววปวดร้าว

 

 

 

 

“ธอร์ต้องการปกป้องเจ้า ความรู้สึกของเจ้า รวมถึงพวกพ้องของเจ้า ถึงจะถูกปลดจากฐานันดรหรือแม้แต่ต้องสละชีวิต เขาก็ยอมตายได้...ทั้งหมดก็เพื่อเจ้า เพื่อให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป...” น้ำเสียงที่เพิ่มความกดดันกล่าวอย่างชัดถ้อยคำด้วยรู้ว่าเหล็กต้องตีตอนที่กำลังร้อน มิเช่นนั้นโอกาสที่คนใจแข็งยิ่งกว่าสิ่งใดในเก้าโลกจะยอมเปลี่ยนใจคงไม่มีอีก

 

 

 

 

และก็เป็นจริงอย่างที่คาด โลกิสร้างกำแพงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้จิตใจไขว้เขว้จนสูญเสียเป้าหมายที่สู้อุตส่าห์กัดฟันอดทนมา

 

 

 

 

“ผิดแล้ว! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูกของเขาต่างหาก ไม่ใช่...ข้า...” มือเรียวบางสั่นระริกจนยากจะระงับ น้ำเสียงหวานตวาดลั่นด้วยหวังจะใช้หักล้างข้อโต้แย้งซึ่งจะมาบิดเบือนสิ่งที่ตนเชื่อมั่น และนั่นก็ทำให้ผู้สูงวัยต้องหลับตาลงอย่างอ่อนใจ

 

 

 

 

“เจ้าอิจฉาลูกของเจ้าหรือ โลกิ” ทันทีที่ลืมตาขึ้น โอดินก็ยิงคำถามตรงประเด็นเสียจนดวงใจของผู้ฟังเจ็บร้าวจนแทบแหลกสลาย ดวงตาสีฟ้าฉายแววใคร่รู้และคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบที่กลั่นกลองออกมาจากใจของอีกฝ่าย ไม่ใช่คำตอบที่ถูกแต่งเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากภาระหน้าที่และทิฐิ

 

 

 

 

เกร็ดน้ำแข็งเย็นยะเยียบร่วงหล่นจากหน้ากากน้ำแข็งที่แตกร้าว ดวงหน้างดงามนิ่งค้างด้วยไม่รู้ว่าเวลานี้ควรจะแสดงสีหน้าออกไปอย่างไรดี ริมฝีปากแดงระเรื่อเริ่มเม้มเข้าหาด้วยไม่อาจสู้สายตากดดันที่มองมาได้

 

 

 

 

“ยักษ์น้อยที่น่าสงสาร เจ้าไม่เคยเชื่อใจธอร์เลย นั่นก็เพราะเจ้าไม่เคยเชื่อมั่นแม้แต่ตัวเอง...ทั้งที่ความรักที่ธอร์มีให้เจ้าแสดงออกมาชัดเจนขนาดนั้น”

 

 

 

 

ราชาเทพแห่งแอสการ์ดทอดถอนลมหายใจอย่างหนักหน่วง น้ำเสียงทรงอำนาจยิ่งกว่าครั้งใดบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นความลับที่ความจริงแล้วควรปล่อยให้เจ้าของเรื่องเป็นคนได้พูดเองมากกว่า

 

 

 

 

แต่ทว่าตอนนี้เขาคงเสียเวลารอไม่ได้อีกแล้ว

 

 

 

 

“นับจากวันที่เจ้าถูกจับได้ว่าทรยศ ธอร์มาขออำนาจคุมทัพกับข้าโดยยืนกรานว่าความผิดทั้งหมดเป