[Fan fic] The other side [Hashirama x Madara / Tobirama x Izuna] Ch. 1

posted on 07 Jun 2013 13:45 by sentimental-darkness in naruto-fanfic

[Fan fic] The other side [Hashirama x Madara / Tobirama x Izuna]

 

YAOI WARNNING

 

 

 

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

 

การที่เราได้พบกันอีกครั้ง...จะต้องเป็นพรมลิขิตอย่างแน่นอน

 

 

 

“ยินดีต้อนรับกลับมาเจ้าค่ะ นายท่านฮาชิรามะ นายน้อยโทบิรามะ” น้ำเสียงทักทายที่ดังออกมาก่อนหน้าจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกเสียจากแม่นมฮารุกะ หัวหน้าแม่บ้านของตระกูลเซนจู หนึ่งในสองตระกูลผู้ก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะ

 

 

“อย่าเรียกว่านายน้อยสิ ข้าโตแล้วนะ” ชายหนุ่มผู้โดนทักตีหน้าที่บึ้งตึงอยู่แล้วให้บึ้งยิ่งขึ้นไปอีก และนั่นทำให้ผู้เป็นพี่ชายกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

 

 

“เอาน่าๆ ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี ฮารุกะซังก็ยังจะเห็นเจ้าเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่วันยังค่ำนั่นแหละ โทบิรามะ”

 

 

สายตาเฉียบคมมองสองพี่น้องผู้นำตระกูลด้วยสายตาภูมิใจไม่น้อย แต่ก็แฝงด้วยความเสียดายที่การสั่งสอนของเธอไม่สามารถเปลี่ยนทัศนะคติของ เซนจู โทบิรามะ ให้เปิดกว้างดังเช่น เซนจู ฮาชิรามะ ผู้เป็นพี่ชายได้

 

 

อันสตรีนั้นไว้ใจไม่ได้ กดหนุ่มน้อยหน้าใสได้คือชายเหนือชาย’

 

 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ทศวรรษ คติสอนใจนี้ก็ยังคงเที่ยงแท้ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเสี้ยมสอนให้หนุ่มๆ ทั้งสองอย่าได้ไว้วางสตรีที่ร้อยทั้งร้อยภายนอกก็ดูอ่อนหวานหากแต่ภายในเต็มไปด้วยเขี้ยวพิษเด็ดขาด แต่กระนั้นก็ยังมีเสียงบ่นจากนายน้อยที่ไม่รู้จักโตกับเขาเสียที

 

 

ผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ ข้ากินไม่ลงหรอก ฮารุกะซัง’ โทบิรามะตอบด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวคล้ายกับต่อให้ฝืนบังคับยังไงก็ทำใจรับไม่ได้

 

 

สาธุ เกลียดยังไงขอให้ได้อย่างนั้น ขอให้ตกหลุมรักอุเคะน้อยน่ารักที่แสนดื้อดึงในสามวันเจ็ดวันด้วยเถิด เพี้ยง!

 

 

ฮารุกะแช่งนายน้อยในใจทันควันเมื่อนึกได้ว่าแค้นนี้ยังไม่ได้ชำระ เราก็อุตส่าห์สอนก่อนออกไปรับมือกับพวกสาวๆ ที่ไดเมียวส่งมายังจะเถียงอีก คิดว่าใครเปลี่ยนผ้าอ้อมป้อนนมมากันยะ

 

 

“แล้วผลการประชุมกับไดเมียวเป็นอย่างไรบ้างคะ” แม่นมฮารุกะยิ้มหน้าบาน อารมณ์ดีขึ้นอักโขหลังจากได้แก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ ในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

“ก็เหมือนเดิม ไม่มีสาระ ถ้าจะเรียกไปดูความฟุ้งเฟ้อเพื่ออวยรวยล่ะก็ ช่วยส่งเงินมาอุดหนุนการปรับปรุงหมู่บ้านยังจะดีซะกว่า” ใบหน้าหล่อเหลาติดจะสุขุมเย็นชาอยู่เสมอฉายแววเหนื่อยหน่าย ต่างจากพี่ชายผู้มีความหล่อเหลาไม่แพ้กันที่ยังกล้าหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

“เขาอยากจะอวดร่ำอวดรวยก็ปล่อยเขาไป ดีซะอีกเราจะได้รู้ว่าควรหาวิธีดึงเงินมาสนับสนุนหมู่บ้านสักเท่าไหร่ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกับภารกิจที่รับมา” ฮาชิรามะถอดหมวกที่สลักตัวอักษรแห่งไฟออกแล้วส่งให้แม่นมรับไว้ ก่อนจะยืดแขนขยับไล่ความขบเมื่อยและเหนื่อยล้าจากการเข้าร่วมงานเลี้ยงสุดหรูหราที่ทางไดเมียวจัดต้อนรับ ซึ่งคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงต้องเจออะไรทำนองนี้อีก ก็จนกว่าจะกลับหมู่บ้านได้ล่ะนะ

 

 

นับเป็นเวลาสิบปีมาแล้วที่เขารับตำแหน่ง ‘โฮคาเงะ’ หัวหน้าหมู่บ้านนินจาโคโนฮะ หลังจากความพยายามในการผูกสัมพันธ์กับนินจาตระกูลใหญ่อีกตระกูลเพื่อก่อตั้งหมู่บ้านประสบความสำเร็จ ซึ่งตามจริงแล้วคนที่ควรรับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ควรเป็นท่านพ่อที่เสียชีวิตไปในสนามรบมากกว่า ในตอนนั้นเขาเพิ่งมีอายุได้เพียงสิบปีเท่านั้นจึงไม่คิดเลยว่าตนจะได้รับการยอมรับจากทุกคนในหมู่บ้านและไดเมียวผู้ครองแคว้น อาจเป็นเพราะความสามารถที่โดดเด่นของเขาก็เป็นได้ ตำแหน่งโฮคาเงะจึงยังตกเป็นของเขามาจนถึงทุกวันนี้

 

 

“อีกตั้งอาทิตย์ถึงจะได้กลับ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่าทำไมเราจะต้องมาเสียเวลาเที่ยวเล่นไร้สาระที่นี่ด้วย” โทบิรามะรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ต่อจากนี้พวกเขาทั้งสองจะต้องออกไปเที่ยวดูแสงสีในยามค่ำคืนของเมือง แต่ที่สำคัญทำไมถึงต้องพาพวกเขาไปที่นั่นด้วยล่ะ

 

 

“นี่ถือเป็นงานนะเจ้าคะ ในฐานะโฮคาเงะและว่าที่โฮคาเงะรุ่นต่อไป ขอให้พวกท่านทั้งสองตั้งอกตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ของหมู่บ้านค่ะ”

 

 

ฮารุกะไม่สนใจฟังคำบ่นของโทบิรามะ พลางลอบสังเกตสีหน้าที่ดูจะไม่สบอารมณ์เป็นพิเศษของนายน้อยซึ่งต่างจากสีหน้าที่ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษของนายท่าน สติปัญญาอันเฉียบคมก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าแผนการมัดใจชายหนุ่มทั้งสองของไดเมียวเป็นไปตามข่าวที่เธอได้ยินจากคนในมาก่อน

 

 

ฉลาดมาก ท่านไดเมียว แผนของท่านเข้าทางอิฉันมาก โอ๊ย อยากจะกรี๊ดจริงๆ ให้ตายสิ!

 

 

“ยังไงก็ห้ามปฏิเสธความหวังดีของไดเมียวนะเจ้าคะ” แม่นมฮารุกะข่มขู่ด้วยใบหน้าโหดยามโมโห ซึ่งแตกต่างจากน้ำเสียงที่ฟังดูระรื่นออกหน้าพิกล พลางรับเสื้อนอกของทั้งสองมาแขวนไว้ ก่อนจัดเตรียมชุดลำลองที่เหล่าท่านชายสูงศักดิ์แห่งเมืองหลวงนิยมสวมใส่ให้แก่ทั้งสองที่มองเสื้อผ้าตัวใหม่เอี่ยมแถมยังกรุ่นกลิ่นน้ำหอมฟุ้งด้วยสายตาไม่เข้าใจ

 

 

นี่มันชุดหล่อที่ปกติจะใส่เฉพาะงานเทศกาล ทำไมถึงต้องเอามาใส่ตอนนี้ด้วยล่ะ

 

 

สองพี่น้องรูปงามอยากจะเอ่ยปากถามให้หายสงสัยเต็มแก่ แต่พอเห็นสีหน้าระรื่นของแม่คุณยามหยิบออฟชั่นเสริมหล่อออกมาแล้ว ปากก็พานให้แข็งทื่อใบ้กินขึ้นมาทันที

 

 

อุตส่าห์ออกไปหาคู่ เอ๊ย เที่ยวแสงสีก็ต้องแต่งตัวให้หล่อขาดใจหน่อยล่ะ!

 

 

แผ่นหลังที่แทบจะเหมือนบินถลาจากไปของท่านแม่นมที่อารมณ์ดีขึ้นกะทันหันเรียกให้สองพี่น้องที่ตามไม่ทันหันมามองหน้ากันอย่างสงสัยอีกครั้ง แต่เพราะไม่รู้จะพูดอะไร ต่างคนจึงพากันแยกย้ายกันอาบน้ำชำระกายให้เรียบร้อยเสียก่อนที่แม่เสือสาวจะกลับมาทันเห็นสภาพที่แม่คุณว่ายังไม่เป๊ะไม่คลิก

 

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

 

จนเมื่อสองพี่น้องเซนจูผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอดิบพอดี

 

 

“ยังไม่ทันจะได้พักเลย จะรีบร้อนมารับไปไหน” โทบิรามะอยากจะแกล้งป่วยแล้วนอนอยู่ในห้องซะจริงๆ หากแต่ในความเป็นจริงนั้นเขาไม่สามารถทำได้ ก็ดูสิ พี่ชายเขาดูกระตือรือร้นขนาดนั้น น่ากลัวว่าจะไปถูกเขาหลอกกลับมาจริงๆ

 

 

“ก็เพราะสถานที่ที่พวกเขาจะพาเราไปมันน่าสนใจจนทนรอไม่ไหวน่ะสิ ฮะๆ ฮ่าๆ แต่ก็น่าสนใจจริงๆ ล่ะนะ ถึงจะเคยได้ยินมาบ้างแต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าจะมีอะไรพิเศษๆ แบบนี้ด้วย ไปกันเถอะ โทบิรามะ เดี๋ยวพวกเขาจะรอนาน”

 

 

“เฮ้อ” ผู้เป็นน้องอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ก็สถานที่ที่ว่าอยู่นี่น่ะมันไม่ได้เหมาะที่จะพาแขกอย่างพวกเขาไปเลยสักนิด เห็นพวกเขาเป็นพวกมักมากเหมือนไดเมียวหรือยังไง หรือว่าอยากจะใช้กลยุทธ์ใหม่มาผูกใจพวกเขาหลังจากที่แผนสาวงามล่มไม่เป็นท่าในงานเลี้ยงวันนี้

 

 

ด้วยมารยาและเล่ห์เหลี่ยมของนางโลมชั้นสูงที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ต่อให้ใจแข็งสักปานใดก็หนีไม่พ้น!

 

 

 

เพราะอย่างนี้ไงล่ะ เขาถึงไม่อยากปล่อยพี่ชายไปคนเดียว ถึงจะเติบโตขึ้นมาด้วยกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาเดาใจพี่ชายของตัวเองไม่ถูก เกิดพี่เขาไปต้องตาต้องใจใครคนใดคนหนึ่งในคนพวกนั้นขึ้นมาเล่า ไม่เพียงจะนำความเสื่อมเสียมาสู่วงตระกูลเท่านั้น บางทีคนๆ นั้นอาจจะเป็นสปายที่ไดเมียวส่งมาเพื่อควบคุมพี่เขาก็ได้

 

 

ความเป็นไปได้หลายๆ อย่างทำให้โทบิรามะต้องยอมฝืนใจตัวเอง และแล้วสุดท้ายพวกเขาก็ถูกพามาถึงย่านโลกีย์ที่ทำให้โทบิรามะรู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นที่สุด ใบหน้าหล่อเหล่าที่ติดจะบึ้งตึงอยู่เป็นเนืองนิตย์จึงปรากฏความเย็นชาออกมาอย่างชัดเจน ต่างจากเหล่าชายหนุ่มผู้อาสาเป็นไกด์นำเที่ยวที่หน้าบานยิ่งกว่าใครๆ และเหนืออื่นใดคือพี่ชายเขา ชายผู้รั้งตำแหน่งโฮคาเงะร