[Fan fic] The other side [Hashirama x Madara / Tobirama x Izuna]

 

 

 

 

 

YAOI WARNNING

 

 

 

 

 

 

“อ๊ะ อ๊า พะ...พอ ไม่ไหว ข้า...”เสียงห้ามปรามฟังแทบไม่ได้ศัพท์สลับกับเสียงร้องครางเร้าอารมณ์

 

 

 

 

เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วร่างกายผอมบางที่ในเวลานี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยจุมพิตสีกุหลาบไปทั่วทั้งตัว ฝ่ามือเรียวบางหยัดเกร็งดันผืนเสื่อเพื่อฝืนต้านแรงกระแทกที่ดุนดันเข้ามา ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำเงยขึ้นกอบโกยอากาศก่อนจะถูกแรงกระทั้นจากทางด้านหลังดันให้แนบลงไปกับหมอน พลันรู้สึกได้ถึงฝ่ามือร้อนที่จับแยกขาออกให้กว้างยิ่งขึ้น ก่อนที่การเคลื่อนไหวของสิ่งใหญ่โตที่รุกล้ำเข้าออกอย่างไม่เกรงใจจะหยุดค้างอยู่ภายใน ปล่อยให้ช่องทางอุ่นชื้นจัดการตอดรัดให้สมกับความหิวกระหายที่ทำเอาผู้รุกรานต้องหลุดเสียงครางต่ำอย่างพึงพอใจ

 

 

 

 

“เหนื่อยหรือว่าอยากไปกันแน่หือ” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบริมหู ขณะที่ร่างกายสูงใหญ่โน้มตัวลงจนแผงอกแกร่งแนบสนิทกับแผ่นหลังขาวนวลที่เต็มไปด้วยหลักฐานการครอบครองของตนเช่นกัน ฟันคมงับลงที่ใบหูอย่างหยอกเย้าส่งผลให้ร่างที่โดนกระตุ้นกลับถึงกับน้ำตาเล็ด

 

 

 

 

“ฮึก ฮือ ไม่นะ” ริมฝีปากบวมเจ่อเม้มแน่นเพื่อสกัดกลั้นเสียงร่ำไห้ที่ถึงแม้จะหลุดสะอื้นออกมาก็ตาม เด็กหนุ่มเฝ้าอดทนต่อแรงกระตุ้นหยอกล้อที่ยอดอกสุกฉ่ำซึ่งกำลังได้รับการปรนเปรอจากปลายนิ้วหยาบโลน ทั้งยังต้องฝืนทนต่อรสชาติแห่งอารมณ์อันหวามไหวจากการดูดดึงด้วยปลายลิ้นและริมฝีปากร้ายกาจคู่นั้นที่กำลังฝังจูบลงบนเนินไหล่ ขณะที่หลักฐานความเป็นชายที่ฝังแน่นอยู่ภายในพลันเริ่มขยับด้วยจังหวะที่เร่งเร้าไปพร้อมกัน “อะ...อ๊ะ ชะ...ช้า...หน่อย”

 

 

 

 

เสียงร้องห้ามไม่มีผล ชายหนุ่มยังคงขับควบเข้าครอบครองร่างบางเต็มกำลังโดยไม่คิดจะหยุดพักอีก มือใหญ่ผละจากยอดอดบวมเป่งสู่แก้มก้นขาวๆ ที่ให้ความรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่งยามได้บีบเคล้นลูบไล้โดยไม่ต้องสนว่าจะรอยมือที่ติดแน่นอยู่นี้จะจางหายไปหรือไม่ เรียวนิ้วแกร่งดึงรั้งช่วงขาอ่อนขึ้นสูงขณะเปลี่ยนมุมเคลื่อนไหวเข้าออกเพื่อเร่งจังหวะและเพิ่มความแนบแน่นในการสอดประสาน

 

 

 

 

“มะ...ไม่!!!” เสียงกรีดร้องแทบขาดใจฟังดูแหบพร่า จุดสูงสุดของร่างทั้งสองมาสิ้นสุดในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

 

 

 

ร่างกายที่เหนื่อยอ่อนจนสิ้นเรี่ยวแรงไหลลงพื้นตามติดด้วยร่างกายใหญ่โตที่ไม่คิดจะถอนกายของตนออก ดวงหน้าแดงก่ำราวกับถูกพิษไข้เล่นงานไม่มีแม้แต่แรงจะหันไปมองคนเอาแต่ใจที่เฝ้าปลุกเขาให้ลุกขึ้นมาตอบสนองความต้องการแทบทั้งคืน

 

 

 

 

“อิซึนะ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่ว มือใหญ่รั้งร่างบางให้เข้ามานอนอยู่ในอ้อมกอด พลางรั้งศีรษะเล็กให้หนุนลงบนท่องแขนของตนต่างหมอน สะโพกแกร่งดันตัวแนบชิดสะโพกมนเพื่อให้สิ่งที่ยังคงฝากฝังอยู่ภายในได้รับความอบอุ่นเช่นนั้นต่อไป

 

 

 

 

“อ๊ะ” เด็กหนุ่มหลุดเสียงครางแผ่วหวานเมื่อรู้สึกได้สายน้ำฉ่ำแฉะที่ไหลรินออกมาจากกายยามที่อีกฝ่ายเคลื่อนตัว เปลือกตาบางแทบจะปิดสนิทด้วยอดทนต่อความง่วงงุนที่รุมเร้าไม่ไหว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการปลุกเร้าคนใจร้ายจนเกิดอารมณ์ลุกขึ้นมารังแกกันได้อีก อิซึนะจึงยินยอมให้อีกฝ่ายกกกอดอย่างว่าง่าย ก่อนที่จะหลับใหลไปพร้อมๆ กันจนเกือบถึงรุ่งเช้า

 

 

 

 

ร่างบอบบางที่ถูกกกกอดขดตัวเล็กน้อยเมื่อเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาบางกะพริบถี่ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นพร้อมกับสติที่กลับคืนมาอย่างครบถ้วนทันที่รู้ว่าเจ้าของวงแขนที่โอบกอดตนอยู่เป็นใคร

 

 

 

 

โทบิรามะ เจ้าคนใจร้ายคนนั้น!

 

 

 

 

อิซึนะกัดฟันแน่น พลันรู้สึกจุกขึ้นมาที่อกด้วยอยากจะร้องไห้ให้กับความเป็นจริงที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงตัวตนของคนโหดร้ายที่ยังคงฝังกายอยู่ภายในตัวเขา สิ่งนั้นที่ย่ำยีเขาจนหมดเรี่ยวแรงตลอดค่ำคืนที่ผ่าน

 

 

 

 

อย่าร้องไห้นะ อิซึนะ พี่ต้องเจอมากกว่านี้อีกแต่ก็ยังยอมทำได้เพื่อเราเลย

 

 

 

 

พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้ยอมแพ้ แต่สุดท้ายหยาดน้ำใสก็ไหลออกมาจากดวงตาอยู่ดี อิซึนะยกมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะเริ่มคิดหาทางหนี เพราะถ้าหาขืนยังนอนอยู่แบบนี้ เกิดคนใจร้ายตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะถูกโดนทำอะไรอีกบ้าง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกใช้เป็นสิ่งของรองรับอารมณ์แบบที่ผ่านมาอีก

 

 

 

 

เพียงแค่คิด ดวงหน้าหวานที่แลดูอิดโรยก็ถึงกับซีดเผือดอย่างน่าสงสาร ฝ่ามือเรียวสั่นระริกจึงรีบยกท่อนแขนกำยำที่วางผาดเอวอยู่ออกอย่างเบามือ หัวใจเต้นตึกตัก ภาวนาขอไม่ให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาเสียก่อน จนเมื่อสามารถวางฝ่ามือที่เคยอุ่นร้อนจนแทบลุกไหม้ข้างนั้นซึ่งเคยลูบไล้ร่างกายของตนจนแทบทุกจุดออกได้ ลมหายใจถึงได้ถูกผ่อนออกมาเล็กน้อย

 

 

 

 

ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่...

 

 

 

 

ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงความใหญ่โตที่สอดค้างอยู่เบื้องล่าง และยิ่งแดงก่ำยามที่สะโพกมนค่อยๆ เคลื่อนออกเพื่อดึงสัดส่วนอันโอฬารให้หลุดออกไป กลีบปากเห่อช้ำเม้มกลั้นเสียงครางที่เกรงว่าจะหลุดออกมาด้วยเพราะฤทธิ์ของส่วนนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนที่เจ้าของกำลังรู้สึกตัวเลย

 

 

 

 

“อะ...อ่ะ” อิซึนะยกมือขึ้นปิดปากแน่น ร่างกายส่วนล่างเกร็งขืนตามสัญชาตญาณเมื่อไม่สามารถดึงส่วนปลายอันใหญ่โตให้หลุดออกจากปากทางช้ำระบมได้อย่างใจคิด เรียวนิ้วขาวละเอียดจึงเคลื่อนไปยังบริเวณต้องห้ามแล้วทำในสิ่งที่เคยถูกบังคับเพื่อกางเปิดช่องทาง พลางพยายามผ่อนคลายร่างกายแล้วออกแรงดึงจนส่วนหนึ่งของชายที่ใจชิงชังหลุดออกมาในที่สุด

 

 

 

 

ไม่จริงน่า...นี่เรากำลังรู้สึกอยู่อย่างนั้นเหรอ

 

 

 

 

เด็กหนุ่มอุทานขึ้นในใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ท้องน้อย ไม่น่าเชื่อเลยว่าช่วงเวลาเพียงแค่คืนหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาให้เป็นถึงขนาดนี้ได้ ดวงตาคลอน้ำตาหันมองไปยังร่างสูงที่นอนหลับใหลอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะคว้าเอาชุดยูคาตะของตนขึ้นมาใส่แล้วรีบเดินออกจากห้องไปให้เร็วที่สุด

 

 

 

 

 

 

.........................................................................................

 

 

 

 

 

 

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างทรงกลมบานเล็กส่องกระทบใบหน้าเรียวสวยได้รูป ลมหายใจอุ่นตกกระทบต้นคอระหงส่งผลให้แพขนตายาวกะพริบถี่ ก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆ เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีดำคู่สวย สิ่งแรกที่รู้สึกได้ว่าเช้าวันนี้มีบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมคือท่อนแขนแข็งแรงที่กอดรัดเอวอยู่ และเมื่อหันไปมองเจ้าของอ้อมแขนที่กกกอดร่างของเขาก็ได้เห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มสูงศักดิ์ที่กำลังหลับสนิทอย่างเป็นสุข

 

 

 

 

นี่เราเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!?

 

 

 

 

ดวงตาสีดำปรายมองใบหน้าสงบนิ่ง ก่อนที่ปลายนิ้วจะยกขึ้นแตะเปลือกตาที่ปิดสนิทอย่างแผ่วเบา พลางนึกถึงสายตาที่ชวนให้ใจเต้นระส่ำ

 

 

 

 

หมอนี่แปลกคนจริงๆ ทำไมไม่ยอมทำให้ถึงที่สุดนะ

 

 

 

 

คำถามผุดขึ้นในใจพร้อมกับความทรงจำอันแจ่มชัดราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ก็ไม่ปาน เมื่อหวนนึกถึงค่ำคืนที่ผ่าน แก้มขาวก็ซับสีระเรื่อขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

 

“อ๊ะ บะ...เบา...หน่อย” กลีบปากชอกช้ำเม้มแน่น เสียงครางร่ำไห้ดังผะแผ่ว เรียวขาขาวเนียนถูกจับแยกออกกว้าง สะโพกช่วงล่างถูกยกขึ้นสูงอย่างน่าอาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชายหนุ่มผู้กำลังใช้นิ้วเรียวยาวเบิกช่องทางลับอย่างใจเย็นกระทำการได้สะดวกยิ่งขึ้น ฝ่ามือบางจิกลงกับฟูกนอนด้วยต้องการระบายความรู้สึกวาบหวามที่วิ่งวนไปทั่วร่าง

 

 

 

 

ดวงตาฉ่ำน้ำเงยมองคนขี้แกล้งอย่างมีน้ำโห นี่ก็เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาถูกบังคับให้ปลดปล่อยเพียงลำพัง ซึ่งการปลุกเร้าในแต่ละครั้งมีแต่จะทำให้รู้สึกอับอายมากยิ่งขึ้นจนแทบนึกไม่ออกว่าหากยังมีครั้งที่สี่ตัวเขาไม่ต้องแทรกแผ่นดินหนีไปเลยหรือ ไม่ว่าจะเป็นการถูกครอบครองสัดส่วนอันอ่อนไหวด้วยโพรงปากอุ่นชื้นและเรียวลิ้นช่ำชองที่ปรนเปรอรสสวาทจนแทบขาดใจ หรือการถูกหยอกล้อยอดอกจนเจ็บไปหมด จนมาถึงช่องทางที่เกิดความผ่อนคลายขึ้นมากซึ่งยอมรับการล่วงล้ำในที่สุด แต่กระนั้นถึงแม้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดเจียนตายเท่ากับการสอดใส่ครั้งแรก เขาก็ยังรู้สึกเจ็บมากอยู่ดี

 

 

 

 

“ยะ...อย่าแกล้งกันสิ เจ็บ...นะ” มาดาระเริ่มวายโวยเมื่อถูกเพิ่มการล่วงล้ำด้วยจำนวนนิ้วที่มากขึ้นจากหนึ่งขึ้นเป็นสองโดยไม่ยอมบอกกันก่อน