Sentimental lies [Thor X Loki] Part 10 [4/4]

posted on 16 Jun 2013 19:17 by sentimental-darkness in Thorki-fanfic

 

Title : Sentimental lies

Pairing : Thor Odinson X Loki Laufeyson

 

 

YAOI WARNING!!

ถ้าไม่ชอบหรือว่าหลงเข้ามา กรุณาปิดไปซะ!


 

 

ดวงตะวันคล้อยต่ำ แสงอบอุ่นสีส้มทองสาดสะท้อนให้ภาพพร่าเลือนตรงหน้าดูไม่ต่างจากดินแดนในห้วงฝัน หมู่นกน้อยใหญ่พากันบินกลับรังด้วยรู้ว่าอีกไม่นานแสงสว่างก็จะถึงคราวลาลับขอบฟ้า

 

 

เปลือกตาบางของผู้ที่ยังคงกึ่งตื่นกึ่งฝันกะพริบถี่เพื่อปรับสายตาให้เข้าที่

 

 

“ตื่นแล้วหรือ ท่านโลกิ” เสียงนุ่มหวานที่ถามขึ้นอย่างห่วงใยจะเป็นของใครไปได้นอกเสียจากรองหัวหน้านางกำนัลประจำตัวที่เข้ามาชะโงกหน้ามองดวงหน้าสวยที่ยังคงมีอาการสะลึมสะลืออยู่มาก ซึ่งไม่ได้ต่างจากเหล่านางกำนัลสาวทั้งสามที่ทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

 

 

“ดื่มน้ำสักหน่อยนะคะจะได้ชื่นใจ”

 

 

หลังจากช่วยกันพยุงร่างอ่อนแรงให้ลุกขึ้นนั่ง นางกำนัลสาวก็รีบกระวีกระวาดหาน้ำเย็นๆ ชื่นใจมาให้นายเหนือหัวโดยไม่รอช้า ก่อนจะส่งให้กับหัวหน้านางกำนัลที่รอรับอยู่ได้ป้อนน้ำให้กับร่างที่อ่อนแรงลงจนน่าใจหาย

 

 

“เย็นแล้วหรือเนี่ย...” โลกิเปรยขึ้นเบาๆ พลางยกมือนวดหัวคิ้วเพื่อขับไล่ความงุนงง แล้วจึงสูดหายใจเข้าลึกอยู่หลายครั้งถึงจะพอตั้งสติได้ นัยน์ตาแห่งธารมรกตฉายแววอ่อนล้าไม่ต่างจากจิตใจ หากพอได้เห็นรอยยิ้มจากผู้คนที่ห่วงใยอยู่รายล้อมก็พลันรู้สึกเสมือนมีพลังหนุนนำให้กลับมาแข็งแกร่งดังเช่นเดิม

 

 

“หิวหรือยังคะ ท่านยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง ป่านนี้เจ้าตัวเล็กทั้งสองคงหิวแย่ พวกข้าเตรียมสำรับไว้พร้อมแล้ว ทานรองท้องสักหน่อยระหว่างรอท่านธอร์ดีไหมคะ”

 

 

นาร์รีสอบถามอย่างเป็นห่วง ดวงหน้าของผู้สูงวัยปรากฏความกังวลออกมาชัดเจน แต่ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเป็นคำถามที่ชวนให้รู้สึกแปลกใจกลับมาแทน

 

 

“ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ปลุกข้าล่ะ”

 

 

“ท่านธอร์เป็นคนสั่งไม่ให้ปลุกค่ะ ก็แหม เห็นท่านนอนหลับตาพริ้มทำหน้าตาน่ารักแบบนั้นใครจะใจร้ายปลุกขึ้นมาได้ลงคอล่ะคะ” แม้แต่รองหัวหน้านางกำนัลก็ยังต้องแปลกใจ ทั้งนี้ก็เพราะพวกนางต่างรู้ดีว่าเจ้านายที่ใจแข็งยิ่งกว่าใครผู้นี้ออกจะสบายใจมากกว่าหากไม่ต้องเผชิญหน้ากับเทพสายฟ้า แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

 

 

“จริงด้วยค่ะ ท่านธอร์งี้มองเคลิ้มเลยนะคะ ถึงขนาดข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่นั่งเฝ้าท่านอยู่ข้างๆ”

 

 

“ก็คนมันรักนี่คะทำไงได้” เสียงหัวเราะคิกคักเป็นลูกรับดังเสริมขึเนมาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

 

 

“มองซะตาเยิ้มขนาดนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่ามีน้องอยู่คงได้ท้องอีกรอบแล้วล่ะค่ะ”

 

 

“เนอะ” เสียงใสๆ ลากยาวไม่พอยังขึ้นสูงจนผู้ตกเป็นหัวข้อหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย

 

 

ไม่รู้ว่าจากการเล่าเรื่องราวเปลี่ยนมาเป็นการแซวเล่นกันอย่างสนุกสนานไปได้อย่างไร แต่ผลของมันก็ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้าจะถูกทำลายลงจนไม่เหลือหลอด้วยการผนึกพลังของสามสาวผู้พิทักษ์ดอกไม้แห่งเหมันต์

 

 

“พอได้แล้วๆ เห็นข้าใจดีก็ได้ใจใหญ่เชียวนะ” โลกิเอ่ยปรามอย่างไม่จริงจังนัก พลันให้รู้สึกอ่อนอกอ่อนใจเช่นเดียวกับผู้ปกครองอย่างนาร์รีที่กำลังทำหน้าปั้นยากอยู่ ดวงตาสีเขียวงดงามลอบมองดวงหน้านุ่มนวลอ่อนโยนของหัวหน้านางกำนัลสูงวัย ก่อนตัดสินใจพูดในสิ่งที่จะทำให้ทุกคนต้องตกใจเสียยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าออกไป

 

 

“ข้าอยาก...พบธอร์ พาข้าไปหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงเว้าวอนอย่างน่าสงสารแทบทำให้คนฟังที่ทนใจแข็งสู้ไม่ไหวอยู่แล้วเป็นทุนตอบตกลงในทันที

 

 

แย่แล้ว!

 

 

คงจะอยากพบท่านธอร์มากจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ทำหน้าตาน่ารักเหมือนจะร้องไห้แบบกระชากใจสามเท่าหรอก!

 

 

นาร์รีกวาดสายตามองไปยังคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะต้านทานพลังทำลายล้างขั้นสูงสุดไม่ไหว วิญญาณจึงหลุดจากร่างกันไปหมด ก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปั้นยิ้มตามปกติแล้วทัดทานความตั้งใจนั้น ทั้งนี้ก็เพื่ออีกคนที่พยายามเป็นอย่างมากเพื่อปกป้องคนที่เขารัก

 

 

“ข้าอยากให้พวกเจ้าปกป้องโลกิ...แทนข้า ปกป้องลูกๆ ของข้าจากอันตรายทั้งปวง ถือเป็นคำขอร้องจากข้า” 

 

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใครจะไปคิดว่าพวกตนที่ไร้ฐานันดรศักดิ์จะได้รับการคุกเข่าขอร้องจากเจ้าชายรัชทายาทแห่งแอสการ์ด เพียงแค่คิดถึงใบหน้าจริงจังในตอนนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็จะใจอ่อนไม่ได้

 

 

ข้าโทษนะโลกิ การขังเจ้าเอาไว้ที่นี่คือทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว

 

 

“ไม่ได้นะคะ ท่านธอร์สั่งห้ามไม่ให้ท่านออกไปไหน และที่สำคัญตอนนี้ท่านต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนนะคะ พวกเด็กๆ อยากเกิดมาดูโลกจะแย่แล้วล่ะคะ เพราะฉะนั้นอย่าเคลื่อนไหวให้มากเป็นดี อีกประเดี๋ยวท่านธอร์ก็กลับมาแล้วด้วย รอก่อนเถิดนะคะ พระชายา”

 

 

ยังไม่ทันที่นาร์รีจะได้เอ่ยปาก ศิษย์น้องรองก็หว่านล้อมตัดหน้าเขาไปเฉียดฉิว ซึ่งเรียกรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าหมดจดที่แทนความหมายว่าขอบใจที่เห็นแก่สิ่งต้องทำมากกว่าสิ่งที่ควรทำ

 

 

เพื่อรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ พวกข้าไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามแผนของเทพแห่งสายฟ้าไปก่อน

 

 

จนกว่า...

 

 

ท่านผู้นั้นเลือกที่จะเป็นอาจารย์ปู่ของพวกเรามากกว่ากษัตริย์!

 

 

“รออยู่ที่นี่เถิดนะ ท่านโลกิ” น้ำเสียงและรอยยิ้มอันอ่อนโยนปลอบประโลมจิตใจที่ร้อนรน สายตาอบอุ่นที่ทอดมองมากระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่เก็บกักเอาไว้ในซอกลึกของหัวใจ

 

 

ยักษ์น้ำแข็งผู้โดดเดี่ยวที่ในเวลานี้ได้เติบใหญ่รู้สึกเสมือนได้ย้อนวันเวลากลับไปในช่วงเวลาแห่งความสุขอันแสนสั้น

 

 

อาจารย์ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน  

 

 

ทั้งที่ตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ทำไมหัวใจข้าถึงยังหนาวเหน็บอยู่แบบนี้...


 

 

วูบหนึ่งที่ดวงตาเกิดความพร่าเลือนแลเห็นดวงหน้าอ่อนเยาว์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เวทมนต์อันแข็งกล้า ซึ่งพรางตาตัวเขาที่มีเวทมนต์อันทรงพลังไม่แพ้กันได้อย่างแนบเนียน

 

 

ใครกัน?

 

 

เจ้า...ไม่ใช่คนธรรมดา...กลิ่นอายแบบนี้...

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างกับคำตอบที่ผุดขึ้นมาจากความทรงจำของอาจารย์ของเขา ก่อนจะกวาดตามองไปยังบุคคลที่ไม่มีทางแปลกหน้าสำหรับเขาได้อย่างตกตะลึง  

 

ไม่ใช่ ทุกคนอยู่เคียงข้างเรามาตั้งแต่ต้น แต่เป็นเราเองต่างหากที่ไม่ยอมรับรู้