Sentimental lies [Thor X Loki] Part 11 [1/3]

posted on 30 Jun 2013 21:22 by sentimental-darkness in Thorki-fanfic

Title : Sentimental lies

Pairing : Thor Odinson X Loki Laufeyson

 

 

 

 

YAOI WARNING!!

ถ้าไม่ชอบหรือว่าหลงเข้ามา กรุณาปิดไปซะ!

 

 

 


Sentimental lies

Part 11

 

 

 

 

 

ครั้งหนึ่งดินแดนแห่งเหมันต์เคยมอดไหม้…

 

 

แท่งน้ำแข็งหมื่นปีหลอมละลายกลายเป็นสายน้ำ ท้องฟ้าสีแดงฉานสว่างไสวสวยงามจับตา

 

 

ครานี้...

 

 

ดินแดนงดงามราวสรวงสรรค์คงน่ามองด้วยไฟแห่งความแค้นไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

“มาแล้วสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเรื่อราวกับปรารถกับตนเองดังขึ้นไม่เบานัก

 

 

เทพแห่งสายฟ้ายืนมองกองทัพแห่งโยธันไฮน์ที่มุ่งหน้าตรงมาอย่างหึกเหิมบนหอคอยบัญชาการ ก่อนที่ดวงตาสีฟ้ากระจ่างซึ่งฉายแววเคร่งเครียดจะสบมองใบหน้าน่าเกรงขามด้านข้างของบิดาแห่งปวงเทพ

 

 

“ปล่อยให้มันมา เราจะปิดฉากกันที่นั่น”

 

 

คำสั่งการที่ฟังดูเรียบง่ายหากแต่เฉียบขาดสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเหล่าทหารได้เป็นอย่างดีสมกับที่เคยผ่านศึกน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วน โอดินยังคงสุขุมเยือกเย็นแม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้

 

 

“เสร็จจากศึกครั้งนี้ ข้าจะได้เห็นหน้าหลานๆ แล้วสินะลูกข้า” ดวงหน้าเคร่งขรึมของผู้สูงวัยหันไปหาบุตรชายที่ยืนอยู่เคียงข้าง “ไปสะสางเรื่องให้จบกัน”

 

 

“ตามพระบัญชา ท่านพ่อ” ธอร์น้อมรับคำสั่งของผู้เป็นบิดา ก่อนจะส่งสัญญาณออกคำสั่งพร้อมรบแก่ทัพหน้าที่จัดทัพรออยู่เพื่อปิดฉากความบาดหมางอย่างที่ตั้งใจ

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเชิดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง มือขวากำค้อนศึกโยเนียร์ยกชูขึ้นสูงเรียกเสียงแผดร้องสะท้อนก้องจากฟากฟ้าที่ดังไม่แพ้เสียงคำรามที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในจิตใจ

 

 

เสร็จศึกครั้งนี้...

 

 

พ่อจะได้เห็นหน้าพวกเจ้า ลูกของข้า 

 

 

ค้อนเหล็กโบกหมุนตามการกวัดแกว่งก่อนดึงรั้งร่างสูงใหญ่ขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดครึ้ม สายฟ้าสีขาวจ้าแลบแปลบปลาบคลอเสียงร้องกราดเกรี้ยวของผืนนภายามพิโรธ กลุ่มเมฆดำจับรวมกลุ่มเกิดเป็นพายุฝนพุ่งกระหน่ำทัพของข้าศึก

 

 

สายฟ้าฟาดพุ่งสู่สนามรบพร้อมกับการมาถึงของบุตรแห่งโอดิน อานุภาพทำลายล้างของพลังแห่งธรรมชาติเผาผลาญร่างสูงใหญ่ของเหล่ายักษ์น้ำแข็งให้กลายเป็นจุณ สายน้ำเย็นยะเยือกไหลอาบใบหน้าของเหล่าทหารแห่งเทพคล้ายกับต้องการชดเชยแทนหยาดน้ำตาแห่งการอาลัย

 

 

หากกลับไปได้ ถ้ายังมีชีวิตอยู่

 

 

ข้าจะบอก...ข้าจะพูดความจริงกับเจ้า

 

 

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องรอสัญญาณรบอีกต่อไป ยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธันไฮน์แผดเสียงร้องอย่างเจ็บแค้นพลางพุ่งตรงเข้าโรมรันโดยไม่คิดชีวิต ซึ่งไม่ต่างจากเหล่าทหารหาญแห่งแอสการ์ดที่ทุ่มกำลังสุดชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองและผู้คนอันเป็นที่รักที่อยู่ด้านหลังของตน

 

 

เทพสายฟ้าพาทัพของตนบุกตะลุยทัพข้าศึกโดยได้รับการช่วยเหลือจากกองกำลังของแฟนดรัลและโวลสแต็กที่ตีขนาบข้างทัพศัตรูขึ้นมา ด้วยพลังใจ ผลจากการฝึกฝน และประสบการณ์แม้นว่าจะต้องพบเจอศัตรูที่เก่งกาจเช่นยักษ์น้ำแข็งที่โหดเหี้ยมและดุร้าย ทัพกองหน้าทั้งสามก็ไม่เสียท่าเพลี่ยพล้ำลงง่ายๆ แต่ก็ยังต้องเตือนใจระแวดระวังตัวให้มากขึ้นด้วยรู้ดีว่านี่ยังเป็นเพียงแค่โหมโรงเท่านั้น

 

 

“โฮกกกกกก!!!”

 

 

เสียงคำรามดังสะท้านสะเทือนแผ่นดินของเจ้าสัตว์ร้ายเรียกความสนใจจากเหล่าทหารโดยเฉพาะสหายร่วมรบแห่งเทพสายฟ้าได้เป็นอย่างดี ร่างใหญ่โตมโหฬารของสัตว์ร้ายสี่ขาปราศจากเส้นขนปกคลุมกาย ผิวหนังสีฟ้าเรียบลื่นไม่ได้เข้ากับอากาศที่ชวนให้หนาวสะท้านอกทุกลมหายใจเข้าออก ดวงตาสีแดงก่ำฉายแววกระหายเลือด เขี้ยวใหญ่ยาวโค้งโผล่ออกมานอกปากกว้างที่เสมือนกับกำลังแสยะยิ้มชวนให้รู้สึกขนสยองพองเกล้ายิ่งนัก

 

 

“แม่เจ้าโว้ย จะใหญ่ไปไหน เล่นเอาตัวประหลาดแบบนี้มาขี้โกงนี่หว่า!” คนโวยวายได้เสียมาดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแฟนดรัลรูปหล่อหนุ่มเจ้าสำราญมาดกวนที่ยังคงกวนประสาทได้คงเส้นคงวาเล่นทำเอาท่านหญิงซิฟที่นำทัพเป็นกองสนับสนุนโวยไล่หลังขึ้นมาเสียงลั่น

 

 

“เลิกมาพูดมากแล้วก็สู้ซะ!” แทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวจะรูดซิฟปิดปากของบุรุษเจ้าเสน่ห์ให้หุบฉับได้สนิททั้งที่เกือบจะอ้าปากบ่นต่ออีกสักหน่อยแท้ๆ

 

 

“อนาคตกลัวเมียไม่ต้องสืบ” โวลสแต็กเห็นสภาพของเพื่อนรักที่สู้ไปทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไปอดเปรยขึ้นมาไม่ได้ และก็ต้องประหลาดใจอีกทอดกับอาการพยักหน้าของหัวหน้ากองของเหล่ายักษ์น้ำแข็งที่เผลอพยักลงคล้ายว่าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

 

 

“ธอร์! ไอ้ตัวใหญ่นั่นเจ้าจัดการได้ไหม ตัวมันใหญ่เกินข้ารับมือไม่ไหว เปลืองแรงไป!”

 

 

“ปอดแหกหรือยะ อีตาแฟนดรัล!”

 

 

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มเจ้าสำราญนามแฟนดรัลจะได้รับคำตอบจากสหาย เสียงปรามดุๆ ก็ลอยมากระแทกหูเขาเสียแล้ว เฮ้อ เขาเป็นแค่เทพตัวเล็กๆ นะ จะให้ไปสู้ตายกับไอ้ตัวโหดๆ นั่นคนเดียวก็เกินไปหน่อยนะที่รัก

 

 

“ถ้าต้องแต่งไปเป็นทาสเมีย ข้าแต่งกับของกินยังดีกว่า” โวลสแต็กไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาสามารถบ่นอย่างต่อเนื่องได้ไม่ขาดตอนเช่นเดียวกับยักษ์น้ำแข็งตัวเดิมที่พยักหน้าลงตามสเต็ปแล้วส่งยิ้มอย่างสะใจมาให้ เพราะอาวุธลับไม้เด็ดเด็ดจนกลืนน้ำลายเฝื่อนคอให้ตายสิ พับผ่า!

 

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเอง!” คำประกาศด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดของธอร์แทบจะทำเอาแฟนดรัลถอดเสื้อถอดเกราะเต้นระบำ

 

 

แค่สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ของเทพสายฟ้าก็ลอยลับหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกคางของเจ้าสัตว์ร้ายทะลุผ่านศีรษะออกมาเป็นอันจบเกม

 

 

“เฮ้ย! ง่ายขนาดนี้เลยเรอะ!” ยักษ์น้ำแข็งผู้รั้งตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองถึงกับหน้าเหวอมาดหลุด แต่พอเห็นถึงสายตาที่เหล่มองมาอย่างสะใจของศัตรูร่างอวบจนอ้วนแล้วก็ต้องรีบปั้นหน้าโหดกลับมาอย่างเก่า

 

 

“ช่ายยยย ง่ายๆ แบบนี้แหละ เจ้าพวกไร้น้ำยา!!” คนปากไวรีบทับถมแบบกระทืบซ้ำไม่ให้ลุก ทั้งยังยิ้มกริ่มทำสีหน้ายียวนออกหน้าด้วยสะใจอยู่มากที่เจ้าสัตว์ร้ายถูกปราบลงได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว...ของสหาย

 

 

ไม่เห็นต้องแคร์ จะเพื่อนปราบหรือเราปราบมันก็คือๆ กันนั่นแหละ!

 

 

“แฟนครัล ไปยั่วโมโหมันแบบนี้ เดี๋ยวก็งานเข้าหรอก” แน่นอนว่าคนกวนประสาทศัตรูไม่ใช่ตัวเขา โวลสแต็กที่ถึงจะเลือดร้อนหุนหันไปบ้างแต่อย่างน้อยเขาก็รู้ดีว่าเวลาไหนควรหรือไม่ควรกระตุกหนวดเสือ

 

 

ถ้าไอ้ตัวประหลาดนั่นไม่ได้มีแค่ตัวเดียว สู้ให้กระอักเลือดคนเดียวไปเลยนะ สหายข้า!

 

 

สายฟ้ากัมปนาทผ่าร่างศัตรูน้อยใหญ่อย่างไม่หยุดหย่อน พายุฝนโหมกระหน่ำรุนแรงไม่ต่างจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ หากทว่ากลับหยุดลงฉับพลันจนเจ้าชายแห่งแอสการ์ดอดสังหรณ์ใจขึ้นมาไม่ได้

 

 

ข้าผิดเองที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ 

 

 

ขอโทษนะที่ข้าอยู่ข้างๆ เจ้าในตอนที่เจ้าต้องการข้ามากที่สุดไม่ได้

 

 

 “น้ำแข็ง...!” ธอร์แทบจะคำรามเสียงกร้าวเมื่อได้เห็นหยาดน้ำฝนที่ไหลรินลงจากฟากฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นเกร็ดน้ำแข็งเกร็ดแล้วเกร็ดเล่า มือใหญ่กระชับด้ามค้อนพร้อมรับการจู่โจมพลางส่งสัญญาณมืออีกข้างให้สหายร่วมรบเตรียมพร้อม

 

 

“มันมาแล้วสหาย” แฟนดรัลเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริงเรียกการส่ายหน้าจากท่านหญิงซิฟและพวกพ้องเมื่ออารมณ์ตรึงเครียดเป็นอันต้องสะดุด

 

 

ม่านหมอกโรยตัวหนาเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโดยฉับพลัน จนเมื่อความประหวั่นพรั่นพรึงค่อยๆ บั่นทอนความหึกเหิมภายในใจของเหล่านักรบเทพลงทีละน้อย ดินแดนน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังอำนาจอันแกร่งกล้าก็เปิดการต้อนรับราชาแห่งชาวโยธันลงสู่สนามรบ!

 

 

“หลบไปธอร์!!!”

 

 

แสงสีขาวบาดตาสว่างจ้าโอบล้อมวิสัยทัศน์จนมีแต่ความพร่าเลือน ท่ามกลางความสับสนเทพสายฟ้าเหมือนจะได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกชื่อเขา

 

 

น้ำเสียงที่แสนคุ้นหู

 

 

ขอโทษนะโลกิ...  

 

 

ขอโทษที่ข้ารักเจ้ามากเหลือเกิน และไม่คิดเสียใจเลยที่ชีวิตนี้ได้รักเจ้า

 

 

................................................

 

 

 

“แย่จริง ทำไมต้องมารบเอาตอนนี้ด้วยนะ” นางกำนัลสาวประจำตัวชายาชาวโยธันบ่นอุบ ใบหน้าสวยน่ารักบูดแล้วบูดอีกขณะเจ้าตัวเดินวนไปวนมาไม่ต่างจากผึ้งหลงรัง จนเมื่อเจ้าหล่อนเดินจนพอใจแล้วจึงหันหน้ามาทางสหายร่วมหายใจที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในห้องรับรองชั้นนอก

 

 

นั่นสิ ทำไมเธอถึงต้องมารออยู่ข้างนอกเป็นเพื่อนเขาด้วยนะ

 

 

ใจของเธอเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง แต่ก็ต้องหยุดยั้งสองขาของตัวเองเอาไว้ ให้ตายสิ ทั้งที่อยากจะเข้าไปดูสถานการณ์ข้างในเหลือเกิน แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่ยืนคอยอยู่ข้างนอกคอยดูลาดเลาและระวังภัย แต่นี่ก็ยืนจนเมื่อยแล้วไม่ยักจะเห็นศัตรูโผล่มาสักตัว ยิ่งได้ยินเสียงกรีดร้องปานใจจะขาดของอาจารย์อาก่อนหน้าด้วยแล้ว หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งกระวนกระวายเข้าไปใหญ่

 

 

“ความผิดท่านแท้ๆ เลย ทำไมข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านด้วยนะ!” จ้องหน้านิ่งๆ ขององครักษ์พิทักษ์หัวใจแทนท่านธอร์เสร็จก็ขอวีนขึ้นมาอีกรอบ “หยุดๆ ข้าก็แค่บ่นน่ะ ช่างข้าเถอะ”

 

 

นิ้วเรียวยกขึ้นโบกเป็นเชิงห้ามทันทีที่เห็นปากของอีกฝ่ายเริ่มขยับ

 

 

ไม่ได้ๆ ท่านโฮกันเห็นนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด แต่บทจะพูดขึ้นมาทีไรเข็มเดียวได้เลือดทุกที!

 

 

“โอ๊ยยยยยยย!!!” เสียงร้องของสาวเจ้าทำเอาชายหนุ่มมาดขรึมถึงกับสะดุ้ง นี่ถ้าเป็นคนท้องที่กำลังคลอดลูกอยู่ในห้องร้อง เขาจะไม่ว่าอะไรเลยสักคำ

 

 

เป็นสาวเป็นแส่ร้องเหมือนโดนเชือดเลยนะ!

 

 

“เป็นอะไรอีกล่ะฮึ” ทนไม่ไหวจริงๆ โฮกันรู้สึกอยากจะร้องไห้เสียเหลือเกินที่ได้คนไม่เต็มบาทมาอยู่เป็นเพื่อน

 

 

คนอะไรทำหน้าเครียดเดินไปสี่เก้าเสร็จก็บ่น บางทีจู่ๆ ก็หยุดจ้องหน้า แต่ไม่ทันไรก็เดินต่อ แต่นี่มันจะมากเกินไปหน่อยไหม ร้องได้อารมณ์ยิ่งกว่าคนคลอดลูกข้างในซะอีก

 

 

“ไม่ๆ อย่าสนใจข้า” คนถูกดุไม่ได้สนใจใยดีอีกฝ่ายเลยสักนิด แล้วก็เริ่มต้นตั้งหน้าตั้งตาเดินวนต่อราวกับซ้อมแข่งชิงแชมป์นักเดินแห่งแอสการ์ดเกมก็ไม่ปาน

 

 

พลันในใจนึกเจ็บแค้นต่อโชคชะตาแทนอาจารย์อาของเธอเป็นยิ่งนักที่กลั่นแกล้งกันได้ถึงเพียงนี้ มีอย่างที่ไหนพอจะบอกรัก ท่านธอร์ผู้แสนฉลาดเฉลียวได้โล่ก็ดันไม่ได้ยิน ทำไม๊ แม่เจ้า งานนี้ขอขึ้นเสียงสูงหน่อยเถอะ

 

 

ทำไมไอ้เราที่เดินตามมาข้างๆ กลับได้ยินเต็มสองหู หรือบางทีเราอาจจะหูดีเกินไป?

 

 

แล้วกว่าจะมาถึงห้องเตรียมคลอด อาจารย์อาผู้น่าสงสารของเธอก็แทบตายแล้วกัดปากซะแตกเชียว น่าจะเจ็บท้องมาก ไหนจะหน้าตาก็ซีดไปหมด เห็นแล้วศิษย์หลานที่น่ารักอย่างเธอแทบใจจะขาด ยังดีที่ท่านหมอมารอท่าอยู่แล้วไม่งั้นแม่จะตามไปลากตัวมาซะเอง

 

 

“โลกิ ข้าอยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ” ธอร์กระซิบบอกอย่างห่วงใย ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบหยาดน้ำตาที่ไหลรินบนใบหน้านวล ฝ่ามือใหญ่บีบกระชับฝ่ามือเล็กแนบแน่นไม่แยกจาก ภาษากายที่สื่อถึงใจได้ดีกว่าคำพูด 

 

 

“ยะ...อยู่ข้างๆ ข้า...นะ อย่าทิ้ง...ฮึก...” ดวงหน้าสวยเหยเกเพราะความเจ็บปวดที่บีบคั้นตรงช่วงท้องจนไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ มือบางคว้าจับมือใหญ่เรียกกำลังใจเอาไว้แน่น ขณะพยายามฟังเงี่ยหูฟังคำพูดของนายแพทย์ “ธอร์...” 

 

 

ภาพที่แสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่ท่านธอร์มีต่ออาจารย์อาของเธอยังคงติดตา และทุกอย่างก็ควรจะเป็นไปได้ด้วยดีกว่านี้ หากไม่มีใครบางคนวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา

 

 

“ข้าศึกบุก! ธอร์ พวกยักษ์น้ำแข็งจากโยธันไฮน์บุกมาถึงทัพหน้าแล้ว เจ้าต้องไปเดี่ยวนี้!”

 

 

และเพราะคำพูดประโยคนี้เพียงประโยคเดียว เทพสายฟ้าจึงต้องยอมปล่อยมือจากชายาสุดที่รักซึ่งกำลังจะรับการผ่าตัดคลอดไปสู่สมรภูมิรบเดี๋ยวนั้น

 

 

ใช่ เดี๋ยวนั้น ตอนนั้น กับแค่จะรอวางยาสลบให้อาจารย์ของเธอหลับไปก่อนก็ยังทำไม่ได้

 

 

“ใจดำ ใจร้าย แย่ที่สุด เชอะ” นางกำนัลสาวสะบัดหน้าใส่คนใจร้ายแล้วออกเดินจงกลมต่อ

 

 

ใครทนได้ก็ทนไป แต่เธอทนไม่ได้นี่นา แค่เห็นสายตาที่ส่งให้กันก่อนจากแล้ว ยิ่งพานให้รู้สึกอยากจะร้องไห้ หากว่าในสถานการณ์แบบนั้นเป็นเธอขึ้นมาบ้างเธอจะทำอย่างไร

 

 

เข้าใจว่าหน้าที่ย่อมมาก่อน เพราะเป็นหน้าที่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

เพราะอย่างนั้นใบหน้าสุดท้ายที่เทพแห่งสายฟ้าได้เห็นคือรอยยิ้มที่งดงามจากดวงใจผู้เป็นที่รัก

 

 

และเพราะอย่างนี้ผู้ชมอย่างเธอถึงได้แต่ตัดพ้อต่อว่าโชคชะตาอย่างเอาเป็นเอาตายในตอนนี้

 

 

“อ๊ะๆ อย่าบ่น อย่าเทศน์ ข้ารู้หรอกน่าว่าอะไรเป็นอะไร แต่ขอบ่นหน่อยเถอะนะ แล้วในฐานะที่ท่านเป็นตัวต้นเหตุทำร้ายจิตใจสาวน้อยน่ารักอย่างพวกข้า กับแค่ฟังคำบ่นสักทีสองทีคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงหรอกนะคะ”

 

 

จากการดักทางชนิดร่ายยาวรวดเดียวจบตบท้ายด้วยลงหางเสียงขอร้องในเชิงสุภาพที่โฮกันไม่รู้ว่านี่คือคำขอร้องหรือคำขู่กันแน่ แต่ที่แน่ๆ จากที่เขาลองนับนี่ไม่ใช่แค่ฟังคำบ่นแค่ทีสองทีแต่เลยไปไกลโขแล้ว

 

 

จบงานนี้เขาจะไม่ขอข้องแวะกับสาวๆ ตำหนักนี้อีกเลยถ้าไม่จำเป็น

 

 

ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านหมอติดใจอะไรสาวๆ ที่นี่นัก ถึงขนาดมาขอคำปรึกษาจากแฟนดรัลเลยด้วยซ้ำ

 

 

โดนหลอกแน่ๆ  

 

 

ท่านหมอสุภาพขนาดนั้น ตามเล่ห์เหลี่ยมของสาวหน้าโหด เอ๊ย ใสนอกแต่เขี้ยวในไม่ทันหรอก!

 

 

“เชิญตามสบายเถอะ แม่หญิง” โฮกันแทบจะค้อมตัวและผายมือให้คุณเธอทำอะไรก็ตามที่อยากทำ ซึ่งการกระทำนั้นเรียกได้ว่ากวนประสาทสาวเจ้าอย่างยิ่งยวดจนแทบจะเปิดสงครามกลางเมืองแข่งกับของจริงดูสักยก หากว่าทั้งสองไม่ได้ยินเสียงบานประตูที่เปิดออกมาพร้อมกับใบหน้าตื้นตันที่เต็มไปด้วยความยินดีของรองหัวหน้านางกำนัลแล้วล่ะก็

 

 

“คลอดแล้ว...ท่านโลกิคลอดแล้วล่ะ”

 

 

“จริงหรือคะ แล้วเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกไหมคะ ทางนี้ทางสงบเรียบร้อยไม่มีวี่แววข้าศึกโจมตีค่ะ ขอข้าเข้าไปดูเจ้าหญิงเจ้าชายน้อยสักหน่อยเถอะนะคะ ข้าทนไม่ไหวแล้วลุ้นจะแย่ อ๊ะ แล้วสรุปว่าเราจะได้เลี้ยงเจ้าหญิงอย่างเดียว เจ้าชายอย่างเดียว หรือเจ้าหญิงกับเจ้าชายคะ ข้ายังไงก็ได้รักหมดเลี้ยงได้หมดค่ะ โอ๊ย! เจ็บนะคะ...”

 

 

รองหัวหน้านางกำนัลถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะตอบคำตอบไหนก่อนดีจึงฟาดฝ่ามือลงปรามดังเพี๊ยะเพื่อหยุดศิษย์ช่างจ้อให้หยุดพูดแล้วฟังเธอเสียบ้าง

 

 

“ถามเยอะแยะไปหมดแบบนี้คิดว่าข้าตอบทันหรือไง เอาล่ะ ตอนนี้ท่านโลกิปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเลยล่ะ ตอนนี้ท่านหมอกำลังรักษาแผลผ่าคลอดอยู่ใกล้จะเสร็จแล้ว นี่ถ้าเจ้าอยากรู้มากขนาดนั้นก็...”

 

 

“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย! เปิดที!! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ได้โปรด!!”

 

 

ยังไม่ทันได้พูดจากันให้รู้เรื่อง เสียงทุบบานประตูรัวๆ แล้วไหนจะเสียงที่พวกเธอจำได้จนขึ้นใจว่าเจ้าของตวาดเก่งแค่ไหนก็ทำเอาหนึ่งสาว หนึ่งเลยสาวมานานแล้ว และหนึ่งหนุ่มต้องหันมามองหน้ากันอย่างปรึกษากับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญและไม่เคยคิดจะเชิญ

 

 

นี่ถ้าไม่ช่วย คนอื่นๆ จะว่าพวกเธอใจร้ายกันไหม

 

 

เพราะร่างที่อยู่หลังบานประตูนั้นคือคนที่พยายามจะทำร้ายเจ้านายของพวกเธอมาตลอด

 

 

ท่านหญิงไมร่า อดีตคนรักของเทพเจ้าแห่งสายฟ้า

 

 

……………….

ช่วงนี้ติดการ์ตูนค่ะ Attack on Titan สนุกมากกกกกกกก ดาร์คมาก ก้เลยโดนล้อซะเยอะ ขำท้องแข็งเลยล่ะคะ แนะนำมากๆ สนุกจนตื่นเต้นไปซะทุกฉากเลย

และยิ่งกรี๊ดโดยเฉพาะหัวหน้ารีไวล์สุดเอส เตี้ยแต่เมพ เอเลนไร้ราศีพระเอกของเรื่องไปเลยล่ะค่ะ ฮาๆ เรื่องนี้บทส่งให้เอเลนเป็นนางเอกของเรื่องมาก เพราะนางเอกตัวจริงยังแมนกว่าเอเลนหลายขุมเลย 


edit @ 30 Jun 2013 21:33:05 by sentimental-darkness

Comment

Comment:

Tweet

ทั้งรบทั้งคลอด สู้ๆค่า

#12 By Iyo (171.97.166.8|171.97.166.8) on 2015-05-03 00:08

ท่านติดไททันด้วย แหม่~
นังไมร่ามาขอร้องอะไรอีกน่ะ?

#11 By yong-w- on 2014-02-13 00:44

ค้างมากอ่ะ ไมร่ามาทำม๊ายย 
อย่าไปเปิดนะ #แต่เดาว่าน่าจะเปิด open-mounthed smile
โลกิ้พิ่งจะคลอด ยังไม่รู้เพศเลย

#10 By 123 (49.48.97.74) on 2013-08-20 16:54

อ๊าาาาาาาาาาส์... ไรเตอร์ หายไปไหนครับบบ!!!

เค้ารออ่านตอนคลอดแล้ว คลอดแล้ว ๆ เป็นยังไงต่อ ไมร่ามาทำไม มีแผนอะไรอีกนะ แล้วพี่ธอร์ของน้องกิล่ะ โธ่วววว... ค้างคา

ร๊อ...รอ.. รอแต่เธอ ..เริ่มบ้าล่ะsad smile 555

#9 By wiki on 2013-08-19 14:43

อ่านแล้วอ่านอีก สนุกมาก ๆ

รอตอนต่อไปอยู่นะครับ double wink

#8 By wiki on 2013-07-31 09:08

โซเซง... ไปรบซะได้ ชีวิต ดราม่าต่อไป 5555

นางไมยะราพ(ไมร่า) ก็ไม่เลิกจริง ๆ เนอะ ไม่ต้องเปิดปล่อยไว้งั้นแหละ

#7 By wiki on 2013-07-24 08:31

ฮึ นังไมร ่ามาเคอะเดอะ ดอร์ท ำไมยะ ชิชื

แล้วทำไมโฮกันถึงไม่ไปรบด้วยง่ะ embarrassed

แล้วตกลงได้ลูกสาวลูกชายแจ๊ะ

#6 By PeEm_KaKeRu on 2013-07-08 00:31

เอ๊ยยย เราพลาดไปได้ยังไงเนี่ย ไม่ได้อ่านตั้งแต่ที่อัพวัรแรกๆ
ใกล้จะจบแล้วใช่มั้ยคะ
ขอให้พี่ธอร์รอดกลับมาน้าาาาาา
ละนางไมร่ายังมีบทอีกเรอะ

#5 By HeDw!g on 2013-07-07 20:03

ยัยคนนี้ยังไม่ล้มหายตายจากไปอีกหรือนี่ tongue
อย่างนี้ก็เท่ากับข้าศึกทั้งหมดมาพร้อมหน้ากันแล้วทั้งสองฝั่งสินะ ทั้งของธอร์ซึ่งคือท่านพ่อตา และของโลกิ ซึ่งเราเหนื่อยใจเกินจะออกชื่อหล่อนแล้ว ชิส์!

#4 By mokona (103.7.57.18|110.49.248.165) on 2013-07-07 11:01

อย่าเปิดน้าาาาา อย่าเปิดเชียวนะเห้ย รอพี่ธอร์กลับมาก่อนน้าาาาา
จะได้ลูกแฝดรึเปล่านะ ลุ้นๆ
รอตอนต่อไป

#3 By ~ HaNaHaNa ~ on 2013-07-01 19:26

ท่านพี่ไม่มีโอกาสได้เฝ้าคุณน้องคลอดรึเนี่ยะ
ช่างน่าสงสารแท้ๆ เอ๊ะ!! เจ้าหญิงหรือเจ้าชายน้อยๆหละ อุตส่าห์ลุ้นแทบแย่ big smile
นังไมร่าโผล่มาทำมายยยยยยยยย สงสัยจะโดนยักษ์น้ำแข็งจับปล้ำแหงๆ...555 สมน้ำหน้า

#2 By jade (103.7.57.18|223.206.186.22) on 2013-07-01 07:27

เดี๋ยวนะ....ตอนสุดท้าย ไมร่ามาเคาะประตูทำไมมมมมมมมมมมมมมมม

#1 By blackfullmoon on 2013-06-30 21:50